กรมศิลป์ แถลงยืนยัน ได้มีการสำรวจ เก็บข้อมูลลวดลายการบูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ ทุกกระบวนการ เหมือนแรกสร้าง สมัย ร.4
เมื่อวันที่ 16 ส.ค.60 ที่ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวชี้แจงกรณีการบูรณปฏิสังขรณ์พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ว่า การบูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นไปตามหลักวิชาการการบูรณะทุกประการ เพื่อคงความเป็นโบราณสถานที่มีชีวิตและสำคัญของชาติ ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งการบูรณะครั้งนี้ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจตรวจสอบสภาพก่อนดำเนินงานบูรณะ โดยเน้นให้ความสำคัญต่อการสำรวจและเก็บข้อมูลพระปรางค์ประธาน ปรางค์ประจำมุม บุษบกประจำทิศ อย่างละเอียด รวมทั้งมีงานกะสวนและลอกลายรูปแบบศิลปกรรมต่างๆ เป็นการเก็บข้อมูลไว้ เพื่อเป็นหลักฐานดำเนินงานบูรณะไม่ให้ต่างจากของเดิม ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเก็บลวดลายกระเบื้องประดับพระปรางค์วัดอรุณฯ อย่างละเอียด
นายอนันต์ กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจลวดลายประดับพระปรางค์วัดอรุณฯ มีทั้งหมด 120 ลวดลาย โดยการบูรณะกระเบื้องเคลือบที่เสื่อมสภาพหรือหลุดล่อนหายไป กรมศิลปากรใช้ข้อมูลที่ได้ศึกษาก่อนหน้านี้ โดยมีการจัดทำขึ้นมาใหม่ ยึดสีและลวดลายแบบดั้งเดิม โดยกระเบื้องที่เสื่อมสภาพได้ดำเนินการเซาะออกไป 40% ไม่น้อยกว่า 120,000 ชิ้น จากทั้งหมดกว่า 300,000 ชิ้น ดังนั้นลวดลายกระเบื้องของเดิมยังคงเหลืออยู่ 60% จึงยืนยันว่า กรมศิลปากรไม่ได้ถอดกระเบื้องลวดลายของเดิมออกทั้งหมด และใช้ระยะเวลาบูรณะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2560 “ก่อนบูรณะเราได้เก็บข้อมูลทั้งหมด หากไปดูจุดเฉพาะจะเห็นว่า ลวดลายไม่ต่างจากบูรณะมากนัก แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเก็บลายละเอียดบางขั้นตอนปูนที่ฉาบอาจจะไปทับตามขอบ ตามเส้น ตามลวดลายบ้าง ส่งผลให้ลวดลายบางจุดไม่ชัดเจน
...
หลังจากนี้ กรมศิลปากรจะเข้าไปสำรวจรายละเอียดที่ไม่เรียบร้อยอีกครั้ง เนื่องจากเพิ่งได้นำนั่งร้านลงจากพระปรางค์ ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า พระปรางค์กลายเป็นสีขาว และไม่เหมือนของเดิมนั้น ไม่เป็นความจริง สีขาวของพระปรางค์เกิดจากการบูรณะที่ฉาบปูนตำ โดยเมื่อเทียบกับภาพถ่ายการบูรณะศิลปกรรมพระปรางค์วัดอรุณฯ สมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 จะพบว่า มีสีขาว ไม่ต่างจากการบูรณะครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ผมได้มอบหมายให้กองโบราณคดีจัดทำจดหมายเหตุการณ์บูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของชาติด้วย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว.