เกิดเหตุรถทัวร์สาย กทม.-ช่องเม็ก ซึ่งฝ่าฝนพลิกคว่ำที่อุบลฯ ผู้โดยสารดับ 3 เจ็บอื้อ พลขับตีนผีเจ็บเล็กน้อย...
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 1 ส.ค. 2553 ร.ต.ท.รณพงษ์ จรสาย ร้อยเวร สภ.สภ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำ บริเวณ กม.14-15 ถ.วาริน-พิบูล ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.สมพงษ์ สินรัมย์ ผกก.สภ.สว่างวีระวงศ์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบูชาธรรม และมูลนิธิจีตัมเกาะ
ที่เกิดเหตุเป็นช่วงลงเนิน ข้างทางพบรถโดยสารประจำทาง ป.1 กรุงเทพฯ-อุบลฯ-ช่องเม็ก สีฟ้าขาว เลขข้างรถ 7-10 ทะเบียน 13-7428 กทม. ของบริษัท พิบูลทัวร์ สภาพพังยับเยินทั้งคัน พลิกคว่ำพิงอยู่กับเสาไฟฟ้าข้างทาง หลังคารถหลุดแยกออกจากตัวรถ ผู้โดยสารในรถจำนวนมากนอนร้องโอดครวญขอความช่วยเหลือ พบผู้เสียชีวิตภายในรถ 1 ราย ทราบชื่อ นายยุทธกรณ์ สีไสล อายุ 16 ปี ชาวบ้านแสนเหนือ ต.บ้านแขม อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ส่วนผู้บาดเจ็บกว่า 30 คน เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลวารินชำราบ และโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อย่างไรก็ตาม ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายประยูร จันทะกาศ อายุ 21 ปี ชาว จ.ราชบุรีและนายสมใจ ศรีมณี อายุ 30 ปี ทั้งนี้ การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากฝนตกหนักตลอดเวลา
จากการสอบถาม นางสุกัญญา ผาเหล่า อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 ม.5 ต.บ้านแขม อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ผู้โดยสารที่รอดชีวิตมาได้ เล่าว่า รถคันนี้ออกจากกรุงเทพฯเวลาประมาณ 19.30 น. เมื่อมาถึง จ.บุรีรัมย์ ได้เปลี่ยนให้คนขับมือ 2 มาขับ ซึ่งขับรถเร็วและส่ายออกนอกเส้นทางหลายครั้ง กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางลงเนิน ด้วยความเร็วของรถ คาดคนขับคงไม่สามารถควบคุมรถไว้ได้ ประกอบกับถนนลื่นจากฝนตก ตนได้ยินเสียงคนขับร้องขึ้น ก่อนรถจะเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง 2 ตลบ แล้วหยุดนิ่งพิงเสาไฟฟ้าดังกล่าว
สำหรับคนขับรถ ทราบชื่อต่อมาคือ นายเทิดศักดิ์ ทั่งทอง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/1 ม.2 ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ซึ่งเป็นคนขับรถมือ 2 โดยมีคนขับมือ 1 คือ นายสุพัตร อินโท อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.8 ต.เซกา อ.เซกา จ.หนองคาย นั่งมาข้างๆ ซึ่งทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคนขับทั้ง 2 ไปสอบปากคำ และแจ้งข้อหานายเทิดศักดิ์ ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
...