โฆษกอัยการ รับชายเมาในคลิปอยากกินลาบ เป็นอัยการเจ้าเก่า เคยก่อวีรกรรมปี 58 ตั้งคณะ ก.ก.สอบวินัย คาด 30 วันรู้ผลสอบ ชี้ปีนี้ตำแหน่ง ”แป้ก” แน่ ย้ำจะพยายามเอาปลาเน่าออกจากข้อง สร้างเชื่อมั่นศรัทธากับประชาชน...
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงคลิปเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย มีเนื้อหาบุคคลอ้างเป็นอัยการบีบแตรรถ เพื่อให้ตำรวจสายตรวจไปส่งที่ร้านลาบ แต่ถูกปฏิเสธเพราะมีภารกิจ แต่สุดท้ายตำรวจสายตรวจต้องกลับมาขอโทษเนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ ยิ่งทำให้อัยการคนดังกล่าวฉุนเฉียวตอบโต้ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงพฤติกรรมของอัยการคนดังกล่าว
เรือโทสมนึก กล่าวว่า นายธีระ หงส์เจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ได้แจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้า น่าเชื่อว่าเป็นคลิปเสียงพูดของนายธนพล จูฑะเตมีย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 1 ที่มีลักษณะคล้ายเมาสุรา เป็นคำพูดไม่เหมาะสมกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 64 ประกอบมาตรา 74 ซึ่งได้นำเรียนให้อัยการสูงสุดทราบ เพื่อขอให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายวินัยพิจารณาดำเนินการทางวินัย โดยอัยการสูงสุดได้เห็นชอบและมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายธนพล แล้ว
ส่วนการสอบสวนวินัยและผลของการลงโทษ ตามระเบียบว่าด้วยการสอบสวนที่เกี่ยวกับการพิจารณาการกระทำความผิดทางวินัยของข้าราชการฝ่ายอัยการ คณะกรรมการฯ จะมีเวลาสอบสวนและรายงานให้อัยการสูงสุดทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการฯ รับทราบคำสั่งแต่งตั้ง แต่หากครบ 30 วันแล้ว การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น สามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ส่วนการสอบสวนจะต้องประสานตำรวจและทหารที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบถามเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนหรือไม่ คณะกรรมการฯ ที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้น มีหน้าที่จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงทุกด้านมาพิจารณาถึงการกระทำ ดังนั้นจึงเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ว่าจะเรียกใครมาสอบบ้าง ส่วนนายธนพล ทางทีมโฆษกฯ ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ สุดท้ายผลการสอบสวนถ้าผิดก็ต้องว่ากันไปตามที่ผิด
...
“เรื่องโยกย้ายประจำปีกรณีนายธนพล ถูกตั้งกรรมการสอบจะไม่ได้รับการโยกย้าย เนื่องจากตามระเบียบแล้วบุคคลใดที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอยู่ จะไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งที่สูงสุด หรือ “แป้ก” นั่นเอง ซึ่งทุกสังคมย่อมมีแกะดำปะปน แต่ว่าสังคมอัยการอยู่มา 100 กว่าปีแล้วเจริญรุ่งเรือง และทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมาอย่างยาวนาน ถ้าหากมีกรณีที่คนใดคนหนึ่งทำให้เกิดความเสียหาย จะถูกตัดออกไปจากสังคม ฉะนั้นสำนักงานอัยการสูงสุดโดยผู้บริหารทุกระดับพยายามดูแลตรงนี้ ในอดีตมีหลายคนที่ถูกลงโทษและออกจากราชการไป ปลาที่อยู่ในข้องเดียวกันบางครั้งตัวหนึ่งเน่า ย่อมส่งกลิ่นไปกระทบกระทั่งปลาตัวอื่นด้วย พยายามเอาปลาที่เน่าออกจากข้องไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชน”
ด้านนายประยุทธ กล่าวว่า กรณีที่นายธนพลเคยถูกสอบสวนและลงโทษการกระทำผิดในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ ที่มีอาการมึนเมาและใช้คำพูดไม่เหมาะสม เมื่อปี 2558 คณะกรรมการสอบสวนวินัยเห็นว่า ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานทำให้เสื่อมเสียแห่งการดำรงตำแหน่งหน้าที่อัยการ ประกอบกับคู่กรณีแจ้งต่อสำนักงานอัยการสูงสุดว่าไม่ติดใจ จึงลงโทษเป็นทัณฑ์บน การสอบสวนวินัยกรณีใหม่นี้คณะกรรมการฯ จะนำผลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบด้วย หากผลออกมาว่าเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 กำหนดการลงโทษไว้ 5 สถาน ในมาตรา 84 คือ ไล่ออก, ปลดออก, ให้ออก, งดเลื่อนตำแหน่ง หรืองดเลื่อนขั้นเงินเดือน และภาคทัณฑ์ และหากพิจารณาโทษเห็นว่าเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรง ตามมาตรา 88 ระบุว่าผู้บังคับบัญชาก็เสนอคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้ลงโทษได้ตั้งแต่ งดการเลื่อนตำแหน่ง, งดเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี หรือภาคทัณฑ์หรือทำทัณฑ์บน
ส่วนจะมีความผิดอาญาด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลทุกอย่าง ต้องรอผลสอบสวน เท่าที่มีข้อมูลขณะนี้เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียเกียรติ แต่ข้อกล่าวหาทางอาญาข้อเท็จจริงยังไปไม่ถึงขณะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดทุกระดับรู้สึกไม่สบายใจ และไม่ได้นิ่งนอนใจ
ทั้งนี้ขอสื่อสารทางสังคมด้วยว่าเรื่องที่เกิดขึ้น อัยการได้ดูแลหลักสูตรของการเข้ามาเป็นอัยการทุกคน ซึ่งจะสอนคนเป็นอัยการให้มีความสุภาพนอบน้อม ทั้งต่อประชาชนที่ติดต่อข้าราชการทั้งในและนอกกระบวนการยุติธรรม แต่ให้มั่นคงและแข็งแกร่งในภารกิจหน้าที่ที่จะอำนวยความยุติธรรมให้พี่น้องประชาชน นี่คือปณิธานที่แน่วแน่ของสำนักงานอัยการสูงสุดที่จะผลิตอัยการที่มีทั้งความรู้และความประพฤติที่เหมาะสม ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องขึ้นทางผู้บริหาร ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยทันที ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะไม่ได้เป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรอย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว เพียงแต่ว่าผู้ที่กระทำนั้นมีตำแหน่งของอัยการเท่านั้น.