“เอกนิติ” รมว.คลัง ลงพื้นที่อุดรธานี สั่งเร่งแก้หนี้-อุ้ม SME ชูโมเดล “ไข่ดาว” ผสานหน่วยงาน-แบงก์รัฐ ย้ำนี่คือโอกาสสุดท้ายในการปรับโครงสร้างประเทศ หากช้าเสี่ยงล้าหลังและตกขบวนการพัฒนา
"เอกนิติ" ย้ำโอกาสสุดท้าย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวมอบนโยบายในการประชุมผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดอุดรธานี ว่า ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพาประเทศผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเอกชนจะเป็นหลักในการนำพาการเติบโต อาทิ เกษตรสมัยใหม่ โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุน, อุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป, สมาร์ท อิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี), การท่องเที่ยวมูลค่าสูง, การบริการการแพทย์และโรงพยาบาล, ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก และครีเอเตอร์ อิโคโนมี ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ทำคอนเทนต์ เช่น TikTok เข้าสู่ระบบ เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่แก่ประเทศ
ชูกรอบการทำงาน D-E-E เปลี่ยนสรรพากรเป็น "ยักษ์ยิ้ม"
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน กระทรวงการคลังได้กำหนดกรอบการทำงานใหม่ผ่านแนวคิด D-E-E ประกอบด้วย
D (Data / Disclose) การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะและการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐอย่างโปร่งใส เพื่อให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณได้
E (Easy) สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด เช่น กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร คัดเลือกบริการหลักที่กระทบประชาชนมากที่สุดกรมละ 1 อย่าง มาปรับลดขั้นตอนให้ง่ายที่สุด
E (Efficient) การเพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น
นายเอกนิติ ชี้แจงถึงการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ว่า "สรรพากรเคยถูกมองเป็นยักษ์ ต่อไปเราจะทำบริการให้ Easy ที่สุด เปลี่ยนยักษ์ที่มีเขี้ยวให้เป็นยักษ์ยิ้ม ยิ้มแย้มและบริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนรักเรามากขึ้น"
โมเดล "ไข่ดาว" ผนึกกำลังคลัง-สถาบันการเงินเฉพาะกิจ
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบาย นายเอกนิติ ได้เปรียบเทียบโครงสร้างการทำงานของกระทรวงการคลังเป็น "โมเดลไข่ดาว" โดยให้ "ไข่แดง" แทนส่วนราชการ หรือกรมในสังกัดกระทรวงการคลัง ส่วน “ไข่ขาว” หมายถึง สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและหน่วยงานในสังกัด เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ธนาคารกรุงไทย เป็นต้น
“ทั้งไข่แดงและไข่ขาวต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างสอดประสาน เพื่อให้นโยบายการคลังมีแรงส่งและบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเร่งสำรวจตัวเลขหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ของประชาชนในพื้นที่อีสานตอนบนที่มีหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท เพื่อเข้าสู่โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้, เพิ่มการค้ำประกันสินเชื่อในโครงการ SME Credit Boost และเติมเงินทุนเพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี), และเร่งผลักดัน สินเชื่อโซลาร์ ผ่าน 3 แบงก์รัฐลงลึกระดับอำเภอ”
“ขอย้ำเตือนว่าช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายของประเทศไทยในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ หากไม่เร่งปฏิรูปในครั้งนี้ ประเทศไทยจะเสี่ยงต่อการล้าหลังและตกขบวนการพัฒนา พร้อมชี้ว่า คบจ. จังหวัดอุดรธานี และกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน เปรียบเสมือนเครื่องจักรสำคัญในการหมุนเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ซึ่งต้องขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับส่วนกลาง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลชัดเจนภายในกรอบระยะเวลา 1 ปี และเป้าหมายระยะยาว 4 ปีข้างหน้า โดยผมกล้าพูดเลย และพูดในหลายเวทีรวมถึงที่ ไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก (World Bank) ว่า นี่คือโอกาสสุดท้ายของประเทศไทย ถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนผ่านประเทศครั้งนี้ได้ เราอาจจะล้าหลังและตกขบวนไปเหมือนประเทศอื่น ๆ ที่มีปัญหา” นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


