กรมชลประทานเผยฝนตอนบนลดลง ทยอยปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 900 ลบ.ม./วินาที เร่งระบายน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตร เตรียมลดเหลือ 700 ลบ.ม. ต้น พ.ย. พร้อมเฝ้าระวังฝนสะสมภาคใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กรมชลประทาน ว่า ขณะนี้ปริมาณฝนทางตอนบนเริ่มลดลง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย จึงได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด
สถิติน้ำทั่วประเทศ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยามีน้ำ 77% ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้
จากการติดตามสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 64,191 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯ รวมกัน โดยยังคงสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกกว่า 12,490 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย
- เขื่อนภูมิพล
- เขื่อนสิริกิติ์
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
มีปริมาณน้ำรวม 18,960 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของความจุอ่างฯ รวมกัน และยังสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 5,823 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งภาพรวมของปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เขื่อนเจ้าพระยาทยอยลดการระบายเหลือ 900 ลบ.ม./วินาที เล็งปรับลงสู่ 700 ลบ.ม. ต้น พ.ย.
ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากมวลน้ำตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำเหลือในอัตรา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมทั้งเดินหน้าสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อคืนพื้นที่ให้เกษตรกรสามารถเตรียมแปลงสำหรับเพาะปลูกข้าวนาปรังได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ แผนการปรับลดการระบายน้ำจะพิจารณาจากปริมาณน้ำตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก และศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ตอนล่างร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่ระดับ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้ภายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้
กรมอุตุฯ เตือนฝนสะสมภาคใต้ กรมชลฯ สั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลากฉับพลัน
ด้านการคาดการณ์สภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในระยะนี้ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในบางแห่ง
กรมชลประทานจึงได้สั่งการไปยังหน่วยงานในพื้นที่ให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและระบบระบายน้ำ พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าปฏิบัติการทันที รวมถึงเน้นย้ำการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลด้านสถานการณ์น้ำ สามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร. สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


