กรมการค้าภายใน เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” นำสินค้าจำเป็นและเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาพิเศษช่วยประชาชน ลดสูงสุด 62% พร้อมประสานการเคหะฯ สำรวจความต้องการสินค้าในพื้นที่ ย้ำเดินหน้าดูแลประชาชนเต็มที่ คาดเฟส 1 ช่วยลดภาระค่าครองชีพไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท
วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่หลังน้ำท่วม จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์และดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
กรมการค้าภายใน ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยได้รับการประสานจากการเคหะแห่งชาติให้จัดจุดจำหน่ายบริเวณตรงข้ามซอยเคหะร่มเกล้า 58 เขตลาดกระบัง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดได้สะดวกยิ่งขึ้น
ขนทัพสินค้าจำเป็น 5 หมวด หั่นราคาสูงสุด 62% ข้าว-ไข่-น้ำมัน ครบเซต
สำหรับการจัดงานบริเวณเคหะร่มเกล้า มีการนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากกว่า 100 รายการ ใน 5 หมวดสินค้า มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 62% โดยมีสินค้าไฮไลต์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำวันอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่
- ข้าวหอมมะลิ 100% (5 กก.) ถุงละ 120 บาท (จากราคาปกติ 165–180 บาท) ลดสูงสุด 33%
- ข้าวขาว (5 กก.) ถุงละ 90 บาท (จากราคาปกติ 100–120 บาท) ลดสูงสุด 25%
- ไข่ไก่ (เบอร์ M คละ 2–3) แผงละ 30 ฟอง ราคา 110 บาท (จากราคาปกติ 140 บาท) ลด 21%
- น้ำตาลทราย (1 กก.) ถุงละ 22 บาท (จากราคาปกติ 26–28 บาท) ลดสูงสุด 21%
- น้ำมันพืชปาล์ม (1 ลิตร) ขวดละ 42 บาท (จากราคาปกติ 47–50 บาท) ลดสูงสุด 16%
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดอีก 76 รายการ ครอบคลุมของใช้ประจำวัน ลด 10–61% ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย อาทิ ครีมอาบน้ำ แชมพู สบู่เหลว และครีมทาผิว ลด 8–59% ผลิตภัณฑ์ซักล้าง อาทิ น้ำยาถูพื้น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน และผงซักฟอก ลด 11–54% อาหารและเครื่องปรุงรส อาทิ ซอสหอยนางรม ซอสพริก ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำผลไม้ และนม ลด 8–42% และอุปกรณ์ทำความสะอาด อาทิ ม็อบถูพื้น ไม้กวาด และแปรงขัดพื้น ลด 42–62% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงประชาชนที่ต้องฟื้นฟูบ้านเรือนหลังประสบอุทกภัย
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์เล็งเห็นถึงความจำเป็นของเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ในครัวเรือนที่ประชาชนอาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จึงได้รับความร่วมมือจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) โดยร้านค้าปลีกโลตัส นำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ประจำวันมาร่วมจำหน่ายกว่า 30 รายการ อาทิ เตาปิ้งย่าง ACONATIC ขนาด 1,700 วัตต์ ลดจาก 1,990 บาท เหลือ 890 บาท ลด 55% กาต้มน้ำ ACONATIC ขนาด 1.8 ลิตร ลดจาก 599 บาท เหลือ 299 บาท ลด 50% และหม้อหุงข้าว ACONATIC ขนาด 0.8 ลิตร ลดจาก 890 บาท เหลือ 459 บาท ลด 48% รวมถึงเตารีดไอน้ำ เครื่องดูดฝุ่น ผ้านวม ผ้าปู กล่องล้อเลื่อน ตะกร้าผ้า และตู้ลิ้นชัก
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ร่วมสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ โดยสินค้าเป็นสินค้าจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน พร้อมขอบคุณบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และโลตัส ที่ให้ความร่วมมือในการนำสินค้ามาช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนสำนักงานเขตที่อำนวยความสะดวกด้านสถานที่และดูแลความปลอดภัยในการจัดจำหน่าย
“กรมการค้าภายในพร้อมประสานการเคหะแห่งชาติและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อรับทราบว่าประชาชนต้องการสินค้าประเภทใดและพื้นที่ใดมีความจำเป็นเพิ่มเติม เราต้องการให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างตรงจุด ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์จะทำงานอย่างเต็มที่และดีที่สุดเพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเป็นอย่างยิ่ง”
สำหรับการดำเนินโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2570 จัดจุดจำหน่าย 25 จุดต่อสัปดาห์ ในทุกวันอังคาร วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ เปิดจำหน่ายเวลา 08.00–16.00 น. ประชาชนสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายผ่าน QR Code ของ LINE Official ตามช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมการค้าภายใน เพื่อวางแผนการเดินทางและเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก
อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการได้รับความสนใจและผลตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยในเบื้องต้นคาดว่าโครงการเฟส 1 จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้จริง และกรมฯ จะเดินหน้าติดตามสถานการณ์และดูแลความเป็นธรรมทางการค้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการเอาเปรียบทางการค้า เช่น การใช้เครื่องชั่งไม่ถูกต้อง การจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม หรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


