กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป กรณีการขอจดทะเบียนกะเพราพันธุ์ใหม่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อกะเพราพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
จดทะเบียนกะเพรา คุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ “แก้วจุรี”
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีการขอจดทะเบียนกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 01–04 ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้จดทะเบียนไว้เท่านั้น
ทั้งนี้ กรณีของกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 01–04 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกะเพราพื้นเมืองหรือกะเพราพันธุ์ทั่วไปตามท้องตลาด และการจดทะเบียนนี้ไม่ทำให้พันธุ์เดิมตกเป็นสิทธิของผู้จดทะเบียนแต่อย่างใด
ประชาชนปลูก-ขายกะเพราทั่วไปได้ตามปกติ ไม่ผิดกฎหมาย
สำหรับข้อกังวลของประชาชนเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ประชาชนทั่วไปและเกษตรกร ยังคงสามารถปลูกกะเพราไว้บริโภค เก็บใบขาย ขายต้นเป็นผลผลิตเพื่อบริโภค หรือนำไปประกอบอาหารขายได้ตามปกติโดยไม่มีความผิด
อย่างไรก็ตาม มีข้อกำหนดว่าต้องใช้เมล็ดหรือต้นพันธุ์ทั่วไปแบบดั้งเดิม ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์หรือต้นที่เกิดจากการวิจัยขึ้นของหน่วยงานใดที่ขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 หากต้องการนำพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครอง (เช่น พันธุ์แก้วจุรี) ไปผลิตเมล็ดพันธุ์ เพาะต้นกล้า หรือปักชำกิ่งเพื่อจำหน่าย จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อนเท่านั้น
เดินหน้าฟังเสียงประชาชน ปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช
กรมวิชาการเกษตรยืนยันว่า ขณะนี้หน่วยงานอยู่ระหว่างกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำไปปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (Historical Context: ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับมานานกว่า 20 ปี) โดยเปิดกว้างรับข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร นักปรับปรุงพันธุ์ และประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปพัฒนากฎหมายให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทด้านการเกษตรของประเทศในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
สำหรับประชาชนที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจดทะเบียน การปลูก หรือการจำหน่ายพันธุ์พืช สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่ กลุ่มวิจัยการคุ้มครองพันธุ์พืช กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร โทร. 02-940-7214 หรือทางอีเมล pvpo@doa.go.th
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


