กรมการค้าภายใน ยอมรับน้ำมันดีเซลทะลุ 43 บาท ดันต้นทุนขนส่งพุ่ง เบรกผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า พร้อมดึง 17 สินค้าด่วนเข้าบัญชีอ่อนไหว เฝ้าระวังราคาและภาวะทุกวัน

กรมการค้าภายใน ยอมรับดีเซล ทะลุลิตร 43 บาท ดันต้นทุนขนส่งพุ่ง แต่ผู้ประกอบการขนส่งปรับการขนส่งใหม่ ลดต้นทุน ย้ำไม่ใช่เหตุสินค้าอ้างขึ้นราคา พร้อมนำสินค้าหลายรายเข้าบัญชีสินค้าอ่อนไหว ที่ต้องติดตามสถานการณ์และราคาทุกวัน เพื่อให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที ชี้ราคาผักน้ำท่วมเริ่มลดลงแล้ว

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ลิตรละ 43.54 บาท โดยยอมรับว่า ความผันผวนของราคาพลังงานส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าโดยตรง เนื่องจากน้ำมันดีเซลมีสัดส่วนในโครงสร้างต้นทุนขนส่งมากถึง 40%

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในยืนยันว่าจะเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าโดยอ้างเหตุผลจากต้นทุนการขนส่ง เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ได้ปรับตัวด้วยการบริหารจัดการระบบขนส่งใหม่ เช่น การเพิ่มปริมาณการบรรทุกสินค้าต่อเที่ยวเพื่อลดต้นทุนเฉลี่ย ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมการค้าภายในได้เข้าตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าทุกรายการอย่างละเอียด เพื่อวางมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยยึดหลักสร้างสมดุลประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภค เพื่อให้ราคาสินค้าอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ดึง 17 สินค้าเข้าบัญชี Sensitive List เฝ้าระวังใกล้ชิดทุกวัน

เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสและการขาดแคลนสินค้า กรมการค้าภายในได้ยกระดับระบบติดตามสถานการณ์สินค้าและบริการจำเป็นจำนวน 242 รายการ โดยทำการคัดเลือก 17 รายการสินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เข้าสู่บัญชี Sensitive List (SL) เพื่อติดตามราคาและภาวะการค้าเป็นประจำทุกวัน อาทิ

  • หมวดอาหารสดและเกษตร เนื้อสุกร, ไข่ไก่, ไก่สด, ผักสด, นมสด
  • หมวดปัจจัยการผลิต ปุ๋ยเคมี, อาหารสัตว์, เม็ดพลาสติก
  • หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันพืช, น้ำตาลทราย, ข้าวสารถุง, อาหารกึ่งสำเร็จรูป, อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  • หมวดพลังงานและอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เหล็ก, น้ำมันดีเซล

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความถี่ในการติดตามสินค้าในบัญชี Priority Watch List (PWL) อีก 6 รายการ ได้แก่ อาหารปรุงสำเร็จ, นมผง, ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช, เหล็กแผ่นรีดร้อน, เครื่องดูดฝุ่น และเครื่องฟอกอากาศ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ช่วยตรึงราคาสินค้า ควบคู่ไปกับการจัดโครงการไทยช่วยไทยเพื่อลดค่าครองชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม

ราคาผักสดหลังน้ำลดเริ่มปรับตัวลง หมู-ไข่ไก่ยังทรงตัว

สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดขณะนี้ พบว่าราคาผักสดที่เคยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเริ่มปรับตัวลดลงเนื่องจากมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดมากขึ้น อาทิ

  • ผักคะน้า กิโลกรัมละ 57 บาท
  • ถั่วฝักยาว กิโลกรัมละ 53 บาท
  • กะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 31.10 บาท
  • ผักบุ้งจีน กิโลกรัมละ 51.80 บาท
  • ผักชี กิโลกรัมละ 124.50 บาท

ขณะที่ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่ยังคงทรงตัว โดยหมูหน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 68.20 บาท และไข่ไก่คละหน้าฟาร์มตึงราคาอยู่ที่ฟองละ 4.00 บาท ด้านน้ำมันปาล์มขวดบรรจุถุงมีราคาเฉลี่ยขวดละ 51.45 บาท ซึ่งสอดคล้องกับต้นทุนผลปาล์มสดที่กิโลกรัมละ 8.05 บาท และน้ำมันปาล์มดิบที่กิโลกรัมละ 39.88 บาท


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม