ครม. เคาะแพ็กเกจเยียวยาน้ำท่วม 2569 จัดหนัก 7 แบงก์รัฐพักหนี้ 1 ปี ปล่อยกู้ซ่อมบ้านดอกเบี้ย 0% พร้อมให้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านและรถยนต์ ช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านการเงินผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และมาตรการด้านภาษีจากกรมศุลกากร กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต

7 แบงก์รัฐจับมือ “พักชำระหนี้” ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับมาตรการด้านการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 7 แห่ง ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียรายได้แต่ยังมีภาระหนี้สิน โดยให้พักชำระหนี้เงินต้นหรือดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาชำระหนี้ ซึ่งจุดเด่นสำคัญคือการที่สถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง ได้ดำเนินมาตรการพักชำระหนี้พร้อมกันทั้งหมด ถือเป็น “ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” โดยมีระยะเวลาพักชำระหนี้ขั้นต่ำที่ 3 เดือน และบางแห่งเช่น ธ.ก.ส. ขยายระยะเวลาให้สูงสุดถึง 1 ปีเต็ม

สินเชื่อดอกเบี้ย 0% ซ่อมบ้านและฟื้นฟูอาชีพ

ด้านการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ได้เตรียมสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0–1.99% ต่อปี ซึ่งนายลวรณระบุว่า การคิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0% ไม่เคยมีมาก่อน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง” นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังมีสินเชื่อฉุกเฉินวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เพื่อเติมสภาพคล่องให้ประชาชน

ในกลุ่มผู้ประกอบการและเกษตรกร ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อซ่อมแซมอุปกรณ์การเกษตร ไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน ขณะที่ธนาคารออมสิน ธอท. และ ธพว. ให้สินเชื่อธุรกิจรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0–3.25% ต่อปี ด้าน EXIM Bank สนับสนุนทุนหมุนเวียน 2 ล้านบาท และ บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ

คลอดซอฟต์โลน 3 หมื่นล้าน อุ้มลูกค้าแบงก์พาณิชย์

ส่วนมาตรการฟื้นฟูวงเงินใหญ่ ธนาคารออมสินได้จัดสินเชื่อซอฟต์โลน วงเงิน 30,000 ล้านบาท ให้ธนาคารพาณิชย์นำไปปล่อยกู้ต่อแก่ SMEs โดยคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย โดยนายลวรณได้เน้นย้ำถึงหัวใจของมาตรการนี้ว่า “สำหรับลูกค้าเดิมของสถาบันการเงินรัฐ ทางแบงก์รัฐสามารถดำเนินการดูแลได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลคำนึงถึงผู้ประสบภัยที่ไม่ได้เป็นลูกค้าแบงก์รัฐแต่เป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ จึงนำวงเงิน 30,000 ล้านบาทนี้มาจัดสรรให้กู้ต่อรายละไม่เกิน 30 ล้านบาท”

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ด้านมาตรการภาษี ครม. อนุมัติสิทธิประโยชน์เพื่อแบ่งเบาภาระอย่างรอบด้าน เริ่มจากกรมศุลกากรที่ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อทดแทนของเดิมที่เสียหายจากน้ำท่วมสำหรับโรงงานและโรงแรม ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 ด้านกรมสรรพากรให้ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านและทำความสะอาดที่เกิดขึ้นจริง ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าซ่อมรถ ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับความเสียหายช่วง 15 พ.ค. - 31 ธ.ค. 2569 มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ พร้อมทั้งขยายเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีทุกประเภทที่ครบกำหนดในช่วงน้ำท่วม ออกไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569

ขณะที่กรมสรรพสามิตได้ขยายเวลายื่นชำระภาษีและต่อใบอนุญาตสุรา-ยาสูบที่สิ้นอายุในช่วงเวลาดังกล่าวออกไปเช่นเดียวกัน.

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม