คมนาคมตรวจความคืบหน้ารถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323.10 กม. ภาพรวมก่อสร้างคืบหน้า 72% ปักหมุดแล้วเสร็จปี 2571 พร้อมสั่งคุมเข้มความปลอดภัยช่วงข้ามแยก

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้า ทั้งในด้านปัญหาอุปสรรค การส่งมอบพื้นที่ และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะการก่อสร้างสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟ (Overpass) ทางหลวงหมายเลข 1020 ตอน ชมภู – เชียงของ ระหว่าง กม.132+665 - กม.133+855 ซึ่งปัจจุบันได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเรื่องผลกระทบด้านจราจรและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเน้นย้ำให้ รฟท. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำการเบี่ยงจราจรให้เหมาะสม เคร่งครัดในมาตรฐานความปลอดภัยและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเร่งรัดให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามกำหนดเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

ความคืบหน้า 3 สัญญา – เจาะ 4 อุโมงค์ทะลุขุนเขา

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายนี้ แบ่งเนื้องานออกเป็น 3 สัญญาหลัก ซึ่งมีความก้าวหน้าตามลำดับ ดังนี้

  • สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว คืบหน้า 74.212% (มีความคืบหน้าสูงสุดในโครงการ)

  • สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย คืบหน้า 73.699%

  • สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ คืบหน้า 67.560%

นอกจากนี้ โครงสร้างเส้นทางยังครอบคลุมงานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ 4 แห่ง เพื่อตัดผ่านภูมิประเทศภูเขาสูงในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีความก้าวหน้างานก่อสร้าง ได้แก่:

  • อุโมงค์สอง (จ.แพร่) คืบหน้า 68.608%

  • อุโมงค์งาว (จ.ลำปาง) คืบหน้า 60.420%

  • อุโมงค์แม่กา (จ.พะเยา) คืบหน้า 88.063%

  • อุโมงค์ดอยหลวง (จ.เชียงราย) คืบหน้า 88.063%

ประตูการค้าเชื่อม สปป.ลาว สู่จีนตอนใต้ หนุนโลจิสติกส์ระยะยาว

โครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการขนส่งระบบรางทั้งด้านผู้โดยสารและสินค้า

เส้นทางสายใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นประตูการค้าชายแดนภาคเหนือ เชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว ไปจนถึงจีนตอนใต้ สอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งโลจิสติกส์ และแผนการพัฒนาต่างๆ ของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ที่สนับสนุนให้มีการใช้ระบบขนส่งทางราง เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ลดมลพิษ ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และสามารถประหยัดการใช้พลังงานของประเทศได้ในระยะยาว

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม