ไทยเสนอแผน "Bangkok Blueprint" กลางเวที IMF World Bank 2026 หวังใช้เป็นแกนกลางปราบแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน หลังทำสูญเงินทั่วโลกกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ IMF หนุนเต็มที่ พร้อมเตือนเฝ้าระวังภัยลวงจาก AI
ดร. เอกนิติ นิติธัญประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขึ้นเวทีการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก 2569 หรือ IMF World Bank 2026 ในวงเสวนาเรื่อง Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services หรือ พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ต้านทานต่อการฉ้อโกง โดยได้เสนอแผน “Bangkok Blueprint” เพื่อให้ทุกประเทศนำไปใช้เป็นหลักการร่วมกันเพื่อดำเนินการปราบปรามการหลอกลวงทางไซเบอร์ หรือ สแกมเมอร์ ที่ปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบการโกงที่ทันสมัยและรวดเร็วมากขึ้น แบบข้ามพรมแดน และสร้างความเสียหายทั่วโลกไปแล้วเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และหลักการที่สำคัญของ Bangkok Blueprint ก็คือ เมื่อการโกงไม่มีพรมแดน การตอบสนองก็ต้องข้ามพรมแดนได้เช่นกัน
ขณะที่ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า Bangkok Blueprint เป็นการจัดทำร่วมกันระหว่างธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF และธนาคารแห่งประเทศไทย และใช้เป็นหลักการที่ทุกประเทศจะใช้เป็นแกนกลางร่วมกันในการปราบปรามการหลอกลวงทางไซเบอร์ โดยในปี 2025 การหลอกลวงทางไซเบอร์มีมูลค่าความเสียหายมากถึง 44,200 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เป็นสัดส่วนประเทศที่โดนหลอกและมีความเสียหายมากที่สุดอยู่ในทวีปเอเชียถึง 67% และเฉพาะประเทศไทยผู้ได้รับความเสียหายในปี 2024 เป็นมูลค่ากว่า 44,000 ล้านบาท ในปี 2025 มูลค่าความเสียหายกว่า 32,000 ล้านบาท และ จากการดำเนินการที่จริงจังของไทยทำให้มูลค่าความเสียหาย ลดลงเหลือ 9,000 ล้านบาทในปีนี้
โดย Bangkok Blueprint จะดำเนินการใน 5 เสาหลักสำคัญ กับ 12 หลักการ เน้นไปที่การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามพรมแดนระหว่างประเทศเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงและติดตามผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษได้ ความชัดเจนในข้อกฎหมายเพื่อเอาผิดคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงการดำเนินการเอาผิดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ และการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งหลายประเทศก็เห็นด้วยกับแผนนี้และจะมีการนำไปปรับใช้เพื่อดำเนินการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และการหลอกลวงทางไซเบอร์ร่วมกันต่อไป
ด้านนางคริสตินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กล่าวว่า เห็นด้วยกับ Bangkok Blueprint เพราะเราต้องร่วมกันต่อสู้ในเรื่องนี้ พร้อมกับหลักการที่สำคัญ 3 ข้อได้แก่
1. ต้องสื่อสารให้ประชาชนในประเทศเห็นถึงอันตรายของภัยทางไซเบอร์และจัดลำดับความสำคัญให้ทุกคนได้เห็นเพื่อระวังตัวเองจากภัยดังกล่าว
2. แต่ละประเทศต้องกำหนดเรื่องนี้ให้เป็นยุทธศาสตร์ชาติและดึงผู้มีอำนาจและทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
3. ต้องร่วมกันป้องกันและเรียนรู้เพื่อบรรเทาความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด และหาวิธีการชดเชยกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ
สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อปัจจุบันในหลายประเทศมีการนำ AI มาใช้พัฒนาด้านเทคโนโลยีและระบบเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน AI ก็มีความเสี่ยงในการที่จะทำให้เกิดกลโกงทางไซเบอร์พัฒนารูปแบบเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งทุกคนก็ควรจะเฝ้าระวังในเรื่องไปพร้อมกันด้วย.
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


