กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกรายงานเตือนภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนจากสภาวะสงครามและดอกเบี้ยสูง เสนอแนะทุกประเทศเร่งปรับระบบภาษีและโครงสร้างการคลังเพื่อเพิ่มรายได้เข้ารัฐ พร้อมชื่นชมประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดประชุม
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เปิดเผยรายงานการติดตามภาวะการคลังและข้อควรระวังจากสถานการณ์โลก โดยเตือนให้ทุกประเทศทั่วโลกเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกจากความผันผวนของราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นจากสภาวะสงคราม โดยเฉพาะประเทศขนาดเล็กและประเทศที่อยู่ในสถานการณ์สงครามโดยตรงจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
เสนอแนะเร่งปรับระบบภาษี-โครงสร้างทางการคลัง สร้างความแข็งแกร่งเข้ารัฐ
เพื่อป้องกันและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ IMF ได้เสนอแนะให้แต่ละประเทศเร่งดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างการคลังเป็นการด่วน โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้
ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษี ปรับโครงสร้างภาษีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ และลดการบิดเบือนโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ปรับปรุงโครงสร้างรายจ่ายภาครัฐ ทบทวนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน มุ่งเน้นการคุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางแทนการใช้นโยบายอุดหนุนเพื่อคุ้มครองราคา
เร่งปรับฐานะทางการคลัง โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงด้านหนี้สินสูง จำเป็นต้องสร้างความน่าเชื่อถือทางการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินโลก
นางคริสตินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กล่าวว่า ภาพรวมของการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงจากปีก่อนที่อยู่อยู่ที่ 3.5% ลงมาเหลือ 3.1% ในปีนี้ เป็นผลมาจากสภาวะสงครามและปัจจัยลบต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสิ่งที่แต่ละประเทศต้องทำไม่ใช่การคุ้มครองราคาแต่ต้องเป็นการคุ้มครองคนเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ โดยเครื่องมือที่หลายประเทศนำมาใช้ก็คือ AI ซึ่งหลายประเทศได้นำ AI มาใช้ในการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตขึ้น แต่ทุกคนก็ต้องเร่งสร้างความสามารถในการรับมือกับอาชญากรรมทางไซเบอร์และ AI ด้วยเพราะเมื่อ AI พัฒนาขึ้นอาชญากรรมทางไซเบอร์ก็เติบโตขึ้นและมีความเสี่ยงด้วยเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ นางคริสตินา ยังกล่าวอีกว่าในนามตัวแทนของกองทุนการระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ต้องขอขอบคุณประเทศไทยสำหรับการจัดงานที่ดีและการต้อนรับอย่างอบอุ่น การเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยเป็นการจัดงานที่สวยงามและราบรื่นเป็นอย่างมาก
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


