IMF เตือนวิกฤตความแตกแยกโลก อาจฉุดจีดีพีร่วง 7% แนะสร้างเสถียรภาพเงินให้แข็งแกร่งเป็นเกราะป้องกัน ด้านเวิลด์แบงก์แนะกระจายการค้า ขณะที่ไทยชูกลยุทธ์เป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจฝ่ากำแพงความขัดแย้ง
นางคริสตินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กล่าวบนเวทีเสวนาหัวข้อ “การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันกับโลกที่แตกแยก” ในการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) โดยระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งหรือความแตกแยกที่เกิดขึ้นทั่วโลก จะสร้างต้นทุนที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี (GDP) ราว 7% อีกทั้งยังทำให้โอกาสในการดำเนินธุรกิจสูญเสียไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทุกประเทศจึงต้องเตรียมความพร้อมด้านนโยบายการเงินและการคลังให้แข็งแกร่ง การสร้างเสถียรภาพทางการเงินภายในประเทศจะเป็นเปรียบเสมือน “เกราะป้องกัน” และ “ภูมิคุ้มกัน” ที่ช่วยให้แต่ละประเทศสามารถก้าวผ่านวิกฤตและอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้
เวิลด์แบงก์แนะทลายกำแพงการค้า-ลงทุนในมนุษย์
นายอาร์เจ บังก้า ประธานเวิลด์แบงก์กรุ๊ป (World Bank Group) กล่าวว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แม้กระแสการค้าโลกจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว แต่ปัญหาปัจจุบันคือการค้ายังคงกระจุกตัว โดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนามีสัดส่วนการค้าขายระหว่างกันเองถึง 20% ขณะที่ในภูมิภาคอาเซียนมีการค้าระหว่างกันเองสูงถึง 50-55%
สัดส่วนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การค้ายังไม่ได้กระจายหรือขยายวงกว้างเท่าที่ควร ทำให้การค้าการลงทุนระหว่างกันไม่เติบโตมากนัก ดังนั้นทุกประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสะพานเชื่อมโยงการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่า การลงทุนที่สำคัญที่สุดเพื่อรองรับความขัดแย้งคือ “การลงทุนในประชาชน” โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ไทยชูกลยุทธ์ "สร้างสะพาน" ข้ามกำแพงเศรษฐกิจ
ขณะที่ ดร.เอกนิติ นิติธัญประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เมื่อเกิดสถานการณ์ความแตกแยกหรือเจอกำแพงทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะเลือกสร้างสะพานเพื่อข้ามกำแพงนั้นไป เช่น หากเกิดภาวะสงครามที่ทำให้ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางได้ ไทยก็จะปรับเปลี่ยนไปนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่นทดแทน พร้อมทั้งแสวงหาตลาดการค้าใหม่ ๆ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ไทยยังมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างความไว้วางใจ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ตัวกลาง” ในการเชื่อมโยงระหว่างประเทศขนาดใหญ่และประเทศขนาดเล็ก ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้ไทยได้รับประโยชน์และสามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางความขัดแย้งของโลก ดังจะเห็นได้จากการที่ไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank ในครั้งนี้
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


