การเคหะแห่งชาติขอบคุณมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ทีมช่างของการเคหะแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันกู้และฟื้นฟูระบบปั๊มน้ำในพื้นที่แฟลตคลองจั่นและชุมชนการเคหะร่มเกล้า หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยร่วมกันตรวจสอบและซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำรวม 122 เครื่อง เพื่อเร่งให้ระบบประปากลับมาใช้งานได้ตามปกติ และช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้โดยเร็ว

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วม การเคหะแห่งชาติได้เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อประชาชน โดยเฉพาะระบบประปา ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ทีมช่างของการเคหะแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันระดมกำลังคน ความรู้ และเครื่องมือเข้าฟื้นฟูระบบอย่างต่อเนื่อง

เจาะภารกิจลุยน้ำท่วมขัง กู้ปั๊มน้ำแฟลตคลองจั่น–ชุมชนการเคหะร่มเกล้า

จากการสำรวจความเสียหายในพื้นที่พบว่า การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 เฟสหลักตามระดับความรุนแรงของพื้นที่ ดังนี้

  • แฟลตคลองจั่น (30 อาคาร) พบระบบประปาได้รับความเสียหาย 25 อาคาร และมีเครื่องสูบน้ำที่ต้องนำออกมาตรวจเช็กและซ่อมแซมรวม 50 เครื่อง ทีมช่างเริ่มเข้าปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 โดยช่วงแรกต้องเผชิญอุปสรรคจากน้ำท่วมขังสูงจนเข้าถึงห้องปั๊มได้ยาก ทำให้ต้องใช้เรือขนย้ายเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่เพื่อนำมาซ่อมแซมด้านนอก ก่อนนำกลับไปติดตั้งและทดสอบระบบ จนสามารถคืนน้ำประปาให้ประชาชนใช้งานได้เรียบร้อยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569

  • ชุมชนการเคหะร่มเกล้า (36 อาคาร) มีเครื่องสูบน้ำได้รับความเสียหายรวม 72 เครื่อง ทีมช่างได้เข้าดำเนินการต่อเนื่องโดยทยอยถอด ตรวจสอบ ซ่อมแซม และติดตั้งกลับ พร้อมเร่งทดสอบระบบ โดยกำหนดเป้าหมายดำเนินการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ซึ่งถือเป็นระยะสุดท้ายของภารกิจฟื้นฟู   

ภารกิจดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ซึ่งนำทีมช่างไฟฟ้า ช่างประปา และวิศวกรเข้าร่วมปฏิบัติงาน ร่วมกับทีมช่างของการเคหะแห่งชาติและภาคีเครือข่าย ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย การประปานครหลวง (กปน.) บริษัท CEMCO และบริษัท ฟร้อนไลน์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยร่วมสนับสนุนกำลังคน องค์ความรู้ การตรวจสอบระบบ และงานซ่อมบำรุงตลอดภารกิจ

นายทวีพงษ์กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การนำเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การตรวจสอบความเสียหาย การซ่อมแซม การติดตั้งกลับ และการทดสอบระบบ เพื่อเร่งกู้คืนระบบประปาและสาธารณูปโภคที่จำเป็น ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็ว

“การเคหะแห่งชาติขอขอบคุณมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ทีมช่างของการเคหะแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายทุกฝ่ายที่ร่วมกันกู้และฟื้นฟูระบบประปา เพราะน้ำที่กลับมาไหลเพียง 1 ก๊อก คือการคืนความปกติ คืนศักดิ์ศรีในการดำรงชีวิต คืนความอบอุ่นให้ครอบครัว และคืนชีวิตให้ชุมชนได้กลับมาเดินหน้าต่อไปได้อีกครั้ง” นายทวีพงษ์กล่าว