สนค. เผยค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทย 9 เดือนปี 69 เฉลี่ย 21,217 บาท/เดือน น้ำมันแพงดันค่าเดินทางพุ่ง ขณะที่ประชาชนรัดเข็มขัดลดของฟุ่มเฟือย พาณิชย์ตั้งวอร์รูมคุมราคาสินค้าช่วงน้ำท่วม

ค่าครองชีพคนไทยพุ่งแตะ 2.1 หมื่นบาทต่อเดือน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงค่าใช้จ่ายครัวเรือนของไทยว่า ในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปี 69 ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 21,217 บาท เพิ่มขึ้น 326 บาท จากเดือนก.ย.68 ซึ่งอยู่ที่ 20,891 บาทต่อเดือน โดยภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในหมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเป็นสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในกลุ่มอาหารสำเร็จรูป ที่ปรับตัวตามต้นทุนการผลิตและการขนส่ง

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกโครงสร้างค่าใช้จ่ายของครัวเรือนตามหมวดสินค้าและบริการ พบว่า หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร มีค่าใช้จ่ายสูงสุดที่เฉลี่ย 4,895 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 228 บาท จากเดือนก.ย.68 ที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,667 บาทต่อเดือน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 23.07% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าโดยสารสาธารณะที่สูงขึ้น ตามราคาพลังงานในตลาดโลก

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 8,342 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 118 บาท จากปี 68 โดยอาหารสำเร็จรูปมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 3,528 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจาก 3,435 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 93 บาท และกลุ่มข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง 736 บาท เพิ่มขึ้น 14 บาท, เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 705 บาท, ไข่และผลิตภัณฑ์นม 374 บาท, ผลิตภัณฑ์น้ำตาล 186 บาท และผักและผลไม้ 1,026 บาท ที่ขยับขึ้นเล็กน้อย เช่นเดียวกับหมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา 842 บาท เพิ่มขึ้น 7 บาท

แต่วัตถุดิบประกอบอาหารสดที่ลดลง อาทิ เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ 1,536 บาท ลดลง 15 บาท และเครื่องประกอบอาหาร 252 บาท ลดลง 6 บาท สะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนเน้นการบริโภคอาหารปรุงสำเร็จและอาหารนอกบ้านตามวิถีชีวิตที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว

สำหรับหมวดเคหสถาน 5,117 บาทต่อเดือน ลดลง 17 บาท เพราะการลดลงของค่ากระแสไฟฟ้า เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายหมวดที่ไม่จำเป็นลดลงเช่นกัน ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล 1,327 บาทต่อเดือน ลดลง 5 บาท, หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า 444 บาท ลดลง 4 บาท และหมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 250 บาท ลดลง 1 บาท

“ภาพรวมค่าใช้จ่ายครัวเรือนที่สูงขึ้น มาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้น และกระทบต่อเนื่องค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบผลิตอาหาร แต่ครัวเรือนบางส่วนรัดเข็มขัด ชะลอการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่จำเป็น เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์”

สำหรับแนวโน้ม ประเมินว่า ยังคงทรงตัวในระดับสูง เพราะยังคงได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก, กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปลายปี ที่จะกระตุ้นความต้องการใช้พลังงานให้เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปลายทางสูงขึ้นตาม

นอกจากนี้ ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงเฉพาะหน้าที่อาจกดดันค่าใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มเติม ได้แก่ ผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก และทำให้ราคาสูงขึ้นในระยะสั้น รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อวัสดุก่อสร้างซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และจัดหาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ภายในบ้านที่เสียหายจากน้ำท่วม

พาณิชย์ตั้ง War Room คุมเข้มราคาสินค้าช่วยประชาชน

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์น้ำท่วม โดยจัดตั้งศูนย์ Single Command และ War Room ติดตามกันตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมข้อมูลจากทุกหน่วยงานและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อดูทั้งปริมาณสินค้า ความต้องการของแต่ละพื้นที่ ราคา และเส้นทางขนส่ง พื้นที่ไหนเริ่มมีปัญหา จะได้เข้าไปประสานแก้ไขได้ทัน ทั้งนี้ สนค. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบล่วงหน้า เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยและเสนอแนะแนวทางดูแลค่าครองชีพได้อย่างทันท่วงที

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม