“คมนาคม” ร่วมมือ “กรมท่าอากาศยาน–ท่องเที่ยว” เปิด 4 สนามบินหลัก “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-กระบี่-ภูเก็ต” ดึงผู้โดยสารต่อเครื่อง-เปลี่ยนเครื่อง 1.3 ล้านคน/ปี ออกมาเที่ยวทริปสั้นระหว่างรอต่อเครื่อง ปั๊มรายได้เข้าประเทศ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ เรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย” ร่วมกับ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน (ทย.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย, บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
การลงนามครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งทางอากาศเข้ากับการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการยกระดับประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ของภูมิภาคในอนาคต
เปิด 4 สนามบินหลัก นำร่องดึงผู้โดยสารต่อเครื่อง-เปลี่ยนเครื่อง จัดทริปสั้นเที่ยวไทยปี 2570
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสจากกลุ่มผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องและผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน ผ่านการพัฒนาสิทธิประโยชน์และบริการที่เชื่อมโยงการเดินทางกับกิจกรรมท่องเที่ยว การพำนัก และการใช้บริการภายในประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาระหว่างการต่อเที่ยวบินให้เกิดการใช้จ่ายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาการเดินทางแบบไร้รอยต่อ โดยแต่ละภาคีจะร่วมดำเนินงานตามบทบาทและขอบเขตความรับผิดชอบของตน
“โปรแกรมนำร่องจะเริ่มในปี 2570 โดยเน้นจัดแพกเกจท่องเที่ยวระยะสั้นช่วงรอต่อเครื่อง นำร่องใน 4 ท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะร่วมออกแบบเส้นทาง เช่น กรุงเทพฯ พาไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ชิมสตรีทฟู้ด หรือทำสปา เพื่อสร้างความประทับใจให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวไทยซ้ำอีกครั้ง” นายพิพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเตรียมบริหารจัดการ Slot การบินให้อำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Journey) เชื่อมโยงสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวหลัก
ด้านนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนการเชื่อมต่อท่าอากาศยานกับเมือง แหล่งท่องเที่ยว และระบบขนส่งในพื้นที่ โดยกรมท่าอากาศยานจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สายการบิน และภาคการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาการอำนวยความสะดวกและการให้ข้อมูลการเดินทาง รวมถึงสนับสนุนการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวจากท่าอากาศยานสู่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว โดยดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ของกรม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้โดยสารเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ และช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
“ท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานเป็นประตูสำคัญในการเดินทางเข้าสู่ภูมิภาค จึงต้องพัฒนาทั้งความพร้อมของท่าอากาศยานและการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางต่อได้สะดวก และให้ประโยชน์จากการเดินทางทางอากาศเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบการและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม” นายภัทรพงศ์กล่าว
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า กรมท่าอากาศยานพร้อมนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยร่วมกับภาคีพัฒนาการให้บริการและการเชื่อมต่อการเดินทางในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเสนอแนะ และองค์ความรู้ด้านการบริหารท่าอากาศยาน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการท่องเที่ยว ภาควิชาการ และผู้ประกอบการ ให้สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปักธง Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege ปั๊มรายได้เข้าประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege โดยภาคีทั้ง 6 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาสิทธิประโยชน์ การอำนวยความสะดวก การเชื่อมโยงการเดินทาง การประชาสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเดินทางและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปัจจุบัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องและต่อเครื่อง ประมาณ 1.3 ล้านคนต่อปี ซึ่งตั้งเป้าช่วยเริ่มต้นแพคเกจท่องเที่ยวระหว่างรอต่อเครื่อง มีจำนวน 10% จะทำอย่างไร หลักๆ เป็นแพคเกจที่ไม่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม ซึ่งในช่วงเริ่มต้น ททท.จะใช้งบประมาณที่มีดำเนินการได้ ซึ่งจะมีการประเมินผลตอบรับด้วย
“ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องจะมีเวลามากกว่า 6 ชั่วโมง จึงต้องทำโปรแกรม และขั้นตอนกระบวนการ โดยททท.จะร่วมมือกับพันธมิตร เช่น แพคเกจไปชิมอาหารท้องถิ่น สตรีทฟู้ดกรุงเทพฯ พระบรมมหาราชวัง สปาต่างๆ เมืองโบราณ เป็นต้น”
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม