“อัครนันท์” ย้ำ ศธ. เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา ดึงเทคโนโลยีตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย” ผ่านระบบ LINE @TraffyFondue แก้ปัญหาบูลลี่-คุกคาม แบบบูรณาการ พร้อมส่งนักจิตวิทยาเยียวยาจิตใจครูและนักเรียนทันที ขู่ฟันวินัยผู้บริหารหากสืบหาตัวหรือกดดันผู้แจ้งเรื่อง
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการจัดการปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนมักแยกกันทำตามแต่ละสังกัด ทำให้ประชาชนและนักเรียนสับสนว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในระดับอาชีวศึกษาหรือ สพฐ. จะต้องแจ้งเรื่องไปที่ใด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงมีข้อสั่งการให้ยกระดับเรื่องความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญ โดยการบูรณาการทุกศูนย์ในกระทรวงให้ใช้ชื่อเดียวกัน และมีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นแม่งานหลักร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงฯ นอกจากนี้ ศูนย์พิทักษ์สิทธิดังกล่าวจะถูกบรรจุไว้ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่องยั่งยืนไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ตาม
ชูความลับสูงสุด ขู่ฟันวินัยผู้บริหารหากกดดันผู้แจ้ง
ส่วนใครกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้แจ้งเรื่อง รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ยืนยันว่า ระบบใหม่นี้จะเก็บข้อมูลเป็นความลับขั้นสูงสุด เจ้าหน้าที่แอดมินทุกคนจะต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaID และอยู่ภายใต้กฎหมาย PDPA พร้อมทั้งกำชับว่าหากผู้บริหารโรงเรียนหรือเขตพื้นที่ฯ มีการกดดันหรือพยายามสืบหาตัวผู้แจ้งเรื่อง จะต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทันที ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งนักเรียนและครูที่มีมากกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ มีช่องทางพึ่งพาที่ปลอดภัย และช่วยระงับเหตุไม่พึงประสงค์ก่อนที่จะบานปลายในอนาคต
วิธีแจ้งเหตุบูลลี่ผ่าน Traffy EDU
นายอดิศักดิ์ ดงสิงห์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สพฐ. อธิบายถึงขั้นตอนการใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวว่า ประชาชน นักเรียน และครู สามารถเข้าถึงระบบได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. เพิ่มเพื่อนใน LINE ไอดี @TraffyFondue
2. เลือกเมนู “Traffy EDU”
3. เลือกประเภทภัยหรือปัญหาที่พบ เช่น การถูกบูลลี่, ความรุนแรงในสถานศึกษา, สภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัย หรือความไม่เป็นธรรม
4. ระบุรายละเอียด ปักหมุดตำแหน่งที่เกิดเหตุ และแนบภาพหรือคลิปวิดีโอประกอบ
ส่งทีมสหวิชาชีพเยียวยาจิตใจ ลดปัญหาบานปลาย
ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ส่วนกลางและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับข้อมูลและทำงานร่วมกันได้ทันทีแบบขนาน มีระบบติดตามสถานะ ที่ผู้แจ้งสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ตลอดเวลา นอกเหนือจากการดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ศูนย์ฯ ยังให้ความสำคัญกับการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว ผ่านทีมสหวิชาชีพและนักจิตวิทยาประจำเขตพื้นที่การศึกษาร่วมกับหน่วยงานภายนอก เช่น ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกระทรวงมหาดไทย
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม