รมว.พม. ผนึกกำลัง การเคหะแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายเปิดโครงการ "รวมพลังช่างไทย" ส่งช่างอาสากว่า 350 คน ลงพื้นที่เคหะคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า กู้ระบบไฟฟ้า ประปา ซ่อมยานพาหนะ เริ่ม 3 ต.ค.
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 การเคหะแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “รวมพลังช่างไทย ฟื้นบ้าน ฟื้นเมือง หลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ” เพื่อแถลงแนวทางและแผนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นผู้นำการบูรณาการความร่วมมือ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมกับ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ตลอดจนผู้บริหารและผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมอบรมแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้แทนหน่วยงานและผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่ชุมชนการเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น ณ อาคารสันทนาการ ชั้น 3 อาคาร 5 การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ทำให้บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายในวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนการเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น ซึ่งมีประชาชนและครัวเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงได้กำชับให้การเคหะแห่งชาติเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและงานช่าง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย
รมว.พม. กล่าวต่อว่า การฟื้นฟูหลังน้ำลดต้องให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของประชาชน” เป็นอันดับแรก การกลับเข้าพักอาศัยในบ้านหรืออาคารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา โครงสร้างอาคาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างรอบคอบ จึงได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและบูรณาการภาคีที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน เป็นระบบ และสามารถเข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากจิตอาสากว่า 350 คน จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านวิศวกรรมและงานช่าง ร่วมบูรณาการองค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากร เพื่อสนับสนุนภารกิจตรวจสอบและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย รวมถึงระบบสาธารณูปโภคของประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และปลอดภัยโดยการช่วยเหลือหลังน้ำท่วมควรครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบความปลอดภัย การซ่อมแซมฟื้นฟู ไปจนถึงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพื่อให้แต่ละครัวเรือนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย เด็ก และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เสริมทัพซ่อมรถ-เครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดปฏิทินลงพื้นที่ 3–8 ต.ค. 69
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานลงพื้นที่ให้บริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากภารกิจตรวจเช็กระบบไฟฟ้า สายไฟ สวิตช์ และประปาภายในอาคารแล้ว กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยังได้จัดทีมช่างลงพื้นที่ให้บริการตั้งจุดตรวจเช็กและซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมฟรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมของประชาชนในพื้นที่อีกทางหนึ่ง
สำหรับตารางการลงพื้นที่ปฏิบัติงานของทีมวิศวกรและช่างอาสาทั้ง 350 คน ได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจนดังนี้
- ชุมชนเคหะคลองจั่น ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2569
- ชุมชนการเคหะร่มเกล้า ระหว่างวันที่ 6–8 ตุลาคม 2569
รมว.พม. ได้กำชับให้การเคหะแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่ โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในกรณีที่พบครัวเรือนหรือกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม เพื่อให้การฟื้นฟูครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการซ่อมแซมบ้านและระบบสาธารณูปโภคเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยโดยเร็ว
ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติพร้อมขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน โดยภารกิจหลังน้ำลด สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน การเคหะแห่งชาติจึงกำหนดแนวทางการทำงานให้ครอบคลุมการตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ได้แก่ สายไฟ อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า เต้ารับ สวิตช์ ระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างอาคารเพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรง การตรวจสอบและซ่อมแซมระบบประปา ตลอดจนการตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจ
นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมครั้งนี้ การเคหะแห่งชาติจะทำหน้าที่ประสานและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และจิตอาสา เพื่อนำนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะติดตามผลการดำเนินงานและเร่งแก้ไขปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฟื้นฟูบ้านและชุมชนเป็นไปอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเฉพาะการดูแลครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย เด็ก และกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถกลับเข้าอยู่อาศัยในบ้านของตนเองได้อย่างมั่นใจ และกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม