กระทรวงวัฒนธรรมเผยผลซูเปอร์โพล ชี้ "ผ้าไทย" ครองอันดับ 1 สินค้าวัฒนธรรมที่ต่างชาติสนใจมากที่สุด เตรียมลุยยุทธศาสตร์ "พอร์ตวัฒนธรรม" ดันสินค้าไทยสร้างรายได้ระดับโลกอย่างยั่งยืน
ต่างชาติยก "ผ้าไทย" ครองแชมป์สินค้าวัฒนธรรมยอดนิยม
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้บูรณาการความร่วมมือกับบริษัท ซูเปอร์โพล จำกัด จัดทำ “โครงการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคชาวต่างชาติด้านผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT)” ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงประจักษ์ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 350 คน จาก 5 ประเทศเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ในพื้นที่ 10 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อนำข้อมูลมาขับเคลื่อนนโยบาย “ไท ไทย : สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน”
ผลการศึกษาพบว่า สินค้าวัฒนธรรมไทยที่ได้รับความสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
อันดับ 1 ผ้าไทย (ผ้าทอ) ร้อยละ 67.1
อันดับ 2 สมุนไพรไทย ร้อยละ 53.1
อันดับ 3 เครื่องประดับและของตกแต่งมงคล ร้อยละ 36.0
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติถึงร้อยละ 60.9 ระบุว่าชื่นชอบ “ผลิตภัณฑ์ไทยแบบดั้งเดิม” มากกว่า “ผลิตภัณฑ์ไทยร่วมสมัย” (ร้อยละ 39.1) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อัตลักษณ์ดั้งเดิมของไทยยังคงเป็นจุดขายหลักที่ทรงพลัง การพัฒนาสินค้าจึงควรเน้นที่การรักษาแก่นแท้ ควบคู่ไปกับการปรับรูปแบบให้เข้ากับการใช้งาน
เปิดอินไซต์ "สินค้าสร้างภาพจำ" และ "สินค้าซื้อซ้ำ"
ผลการศึกษายังได้จำแนกกลุ่มผู้บริโภค โดยพบว่า ฐานผู้บริโภคที่มีศักยภาพรวมสูงถึงร้อยละ 71.2 และเมื่อเจาะลึกเฉพาะกลุ่มที่มีประสบการณ์ตรงหรือสนใจซื้อ CPOT พบว่าร้อยละ 94.0 ยืนยันว่าตั้งใจจะซื้อผลิตภัณฑ์ซ้ำหลังเดินทางกลับประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงเพิ่มเติมถึงข้อมูลเชิงลึก (Insight) ว่า บทบาทของสินค้าวัฒนธรรมสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
สินค้าสร้างภาพจำและดึงดูดความสนใจ (First Impression) นำโดย ผ้าทอ (ร้อยละ 67.1)
สินค้าที่เกิดการซื้อซ้ำต่อเนื่อง (Repeat Purchase) อันดับ 1 คือ อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม (ร้อยละ 41.8) ตามด้วย สมุนไพรไทย (ร้อยละ 26.1) และผ้าทอ (ร้อยละ 19.3)
ชูยุทธศาสตร์ "พอร์ตวัฒนธรรม" ดันเศรษฐกิจชุมชนสู่ตลาดโลก
“จากข้อมูลดังกล่าว กระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดใชัยุทธศาสตร์การบริหารผลิตภัณฑ์ ในรูปแบบ พอร์ตวัฒนธรรม (Cultural Portfolio) โดยใช้ผ้าไทยและงานคราฟต์ทำหน้าที่สร้างภาพจำและอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของประเทศ ขณะเดียวกันใช้กลุ่มอาหาร สมุนไพร และสินค้าใช้สอย เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หมุนเวียนและสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องหลังเดินทางกลับประเทศ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว
จากมรดกบรรพบุรุษ สู่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนสู่ตลาดโลกการศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นอุปสรรคสำคัญที่ วธ. ต้องเร่งแก้ปัญหา คือระบบการเชื่อมต่อการซื้อขายหลังนักท่องเที่ยวเดินทางกลับ โดยพบว่านักท่องเที่ยวบางส่วนยังเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ยาก หรือขาดช่องทางออนไลน์และระบบจัดส่งสากลที่สะดวก ซึ่ง วธ. ได้นำผลวิเคราะห์นี้ไปขยายผลทันทีผ่านการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “จากทุนวัฒนธรรม สู่ตลาดโลก: พัฒนาศักยภาพชุมชนและผู้ประกอบการ” เพื่อยกระดับระบบนิเวศการค้าวัฒนธรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
“สิ่งที่บรรพบุรุษส่งมอบไว้ ไม่ได้มีไว้เพียงจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ แต่คือสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่พร้อมจะไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรมนับจากนี้ คือการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง และนำพาผลิตภัณฑ์จากชุมชนไทยออกสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าวทิ้งท้าย
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม