"สิริพงศ์" รมช.คมนาคม ปล่อยขบวนรถบรรทุกและเรือกว่า 160 คัน ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม กทม. ภาคกลาง และตะวันออก ฟรี พร้อมจับมือ 25 ค่ายรถ ลดค่าซ่อม-อะไหล่ บรรเทาทุกข์ประชาชน

คมนาคมระดมรถ-เรือกว่า 160 คัน ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบหมายภารกิจและปล่อยขบวนพาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออก เกิดน้ำท่วมขัง กระทบต่อการเดินทางและความปลอดภัยของประชาชน

กระทรวงคมนาคมจึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังพลและพาหนะศักยภาพสูง โดยเฉพาะรถบรรทุกหนัก รถบรรทุกติดเครน รถปั้นจั่น รถสไลด์ และเรือ รวมกว่า 160 คัน/ลำ เพื่อเข้าสนับสนุนภารกิจอย่างเร่งด่วน ทั้งการเข้าถึงพื้นที่เดือดร้อน การเคลื่อนย้ายประชาชนและยานพาหนะ ตลอดจนสนับสนุนหน่วยกู้ภัยในพื้นที่

จัดทัพกระจายกำลัง กทม.-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก

ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังจาก กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และกรมเจ้าท่า (จท.) โดยประกอบด้วยรถบรรทุกหนักที่มีอุปกรณ์ยกกว่า 126 คัน และเรือ 28 ลำ แบ่งการลงพื้นที่ดังนี้

  • พื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง จัดกำลังรถบรรทุกหนัก 95 คัน (ทล. 56 คัน, ทช. 28 คัน, กทพ. 11 คัน) พร้อมเรือจาก จท. 12 ลำ
  • พื้นที่ภาคตะวันออก จัดกำลังรถบรรทุกหนัก 26 คัน (ทล. 16 คัน, ทช. 10 คัน) พร้อมเรือจาก จท. 15 ลำ
  • พื้นที่ปากช่อง จัดกำลังรถบรรทุกหนัก 5 คัน (ทล. 3 คัน, ทช. 2 คัน) พร้อมเรือจาก จท. 1 ลำ

เอกชนร่วมใจ 25 ค่ายรถจัดโปรลดค่าซ่อม บรรเทาทุกข์

นอกจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนยังได้เข้ามาร่วมสนับสนุนภารกิจนี้ โดยบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ได้สนับสนุนรถยกจำนวน 6 คัน

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการด้านยานยนต์และศูนย์บริการรวม 25 ราย (อาทิ BYD, FORD, HONDA, ISUZU, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MITSUBISHI, TOYOTA, FIT Auto ฯลฯ) ได้ร่วมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้รถที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยส่วนใหญ่มอบส่วนลดค่าอะไหล่ประมาณ 30% ส่วนลดค่าแรงสูงสุด 40% พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน

นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยกู้ภัยอย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน กระทรวงคมนาคมไม่ได้มีหน้าที่เพียงดูแลโครงข่ายคมนาคม แต่ในภาวะวิกฤตจะต้องเป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วที่สุด.

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม