“สุริยะ” สั่งกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม เร่งอพยพสัตว์กว่า 3.8 แสนตัว พร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมจ่ายเงินเยียวยาตามเกณฑ์ปี 2569 ชดเชยสูงสุด 3.9 หมื่นบาท
“สุริยะ” สั่งกรมปศุสัตว์ลุยช่วยเกษตรกรน้ำท่วม อพยพสัตว์กว่า 3.8 แสนตัว
สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ในหลายจังหวัด ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมมอบเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2569
อพยพสัตว์แล้วกว่า 3.8 แสนตัว แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สำรวจผลกระทบเบื้องต้นใน 10 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี พบว่ามีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,313 ราย และมีสัตว์เลี้ยงอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมรวม 715,370 ตัว แบ่งเป็น โค 3,358 ตัว, กระบือ 2,460 ตัว, สุกร 8,075 ตัว, แพะ/แกะ 2,202 ตัว และสัตว์ปีก 699,275 ตัว รวมถึงแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์อีก 267 ไร่
เบื้องต้น กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วรวม 381,131 ตัว พร้อมแจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานจำนวน 22,000 กิโลกรัม แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์ สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 6,519 ชุด และจัดส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์อย่างใกล้ชิด
เปิดหลักเกณฑ์เยียวยาปศุสัตว์ ปี 2569 จ่ายสูงสุด 3.9 หมื่นบาท
จากการสำรวจความเสียหาย พบว่ามีสัตว์ตายและสูญหายในจังหวัดระยองและแม่ฮ่องสอน จำนวน 20,024 ตัว (โค 1 ตัว, กระบือ 1 ตัว, สัตว์ปีก 20,022 ตัว) ซึ่งกรมปศุสัตว์จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 โดยมีอัตราการช่วยเหลือสูงสุดต่อราย ดังนี้
- โค ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 13,000–35,000 บาท (ตามช่วงอายุ) สูงสุดไม่เกิน 5 ตัว/ราย
- กระบือ ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 15,000–39,000 บาท (ตามช่วงอายุ) สูงสุดไม่เกิน 5 ตัว/ราย
- สุกร ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท (ตามช่วงอายุ) สูงสุดไม่เกิน 10 ตัว/ราย
- แพะ/แกะ ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท (ตามช่วงอายุ) สูงสุดไม่เกิน 10 ตัว/ราย
- สัตว์ปีก อัตราช่วยเหลือแตกต่างตามชนิดและช่วงอายุ (ไก่, เป็ด, นกกระทา)
- แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ กรณีเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้ ช่วยเหลือไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกิน 30 ไร่/ราย
ทั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ระบุว่า หน่วยงานจะติดตามสถานการณ์และดูแลเกษตรกรอย่างเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ, สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือแอปพลิเคชัน DLD 4.0
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม