Thailand Talent Summit 2026 เปิดเวทีเชื่อมนักวิจัยกว่า 2,500 คนกับผู้กำหนดนโยบาย แหล่งทุน และภาคเอกชน ดันผลงานจากห้องวิจัยสู่การใช้จริง ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 หรือ Thailand Talent Summit 2026 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 2,500 คน

งานนี้จัดขึ้นโดย Thailand RISE Fund และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยบริหารและจัดการทุน ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ให้ร่วมกันนำองค์ความรู้และงานวิจัยออกจากห้องปฏิบัติการไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตประชาชน

เวทีดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับนักวิจัยอาวุโส รวมถึงเชื่อมต่อกับแหล่งทุนและภาคเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือข้ามสาขาและข้ามหน่วยงาน ก่อนต่อยอดผลงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศ


ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ พัฒนาคน พลังชาติ: ยกระดับประเทศไทยด้วยอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมว่า แนวคิดการจัดงานปีนี้ “Fostering Thailand Future; Advancing Innovation and National Impact” สอดคล้องกับทิศทางของกระทรวง อว. ที่ต้องการให้อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สร้างผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวง อว. ได้จัดทำ MHESI Action Plan 2026–2030 ภายใต้แนวคิด BACKBONE โดยกำหนดให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเสมือนกระดูกสันหลัง ของการพัฒนาประเทศ ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และการบริหารภาครัฐ เป้าหมายสำคัญคือสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อวางรากฐานให้ไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง

แผนดังกล่าวให้ความสำคัญกับการดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูงจากทั่วโลก การยกระดับและปรับทักษะคนไทย หรือ Upskill และ Reskill รวมถึงการผลักดัน AI for All เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่กับการสร้างระบบที่เชื่อมภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ให้นำความรู้ไปใช้พัฒนาประเทศได้จริง


ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ดร.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) กล่าวในหัวข้อ “ขับเคลื่อนพลังนักวิจัยไทย ที่เป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ของชาติ” ว่า แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2571–2575 จะยกระดับระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ ววน. ให้เป็นกลไกพัฒนาประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายและประเด็นยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน

การลงทุนตามแผนจะเชื่อมตั้งแต่การสร้างฐานความเข้มแข็ง การวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ ไปจนถึงการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ เพื่อให้เกิดผลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง

หัวใจของแผนคือนักวิจัย ซึ่งเป็นฐานความสามารถด้าน ววน. ของไทย จึงต้องเพิ่มทั้งจำนวนและคุณภาพ เปิดทางให้นักวิจัยรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบ สนับสนุนเส้นทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมความเชี่ยวชาญของนักวิจัยกับโจทย์ยุทธศาสตร์ของประเทศ การลงทุนในนักวิจัยจึงเป็นการลงทุนในขีดความสามารถระยะยาว และเปลี่ยนกำลังนักวิจัยไทยให้เป็นความได้เปรียบของชาติ

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า Thailand Talent Summit 2026 มีเป้าหมายมากกว่าการประชุมทางวิชาการ เพราะเป็นพื้นที่เชื่อมกำลังคน แหล่งทุน และองค์ความรู้ในระบบ ววน. ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสร้างกำลังคนคุณภาพสูงสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต

การประชุมมี 4 เวทีหลัก ได้แก่ การสื่อสารนโยบายและสร้างความร่วมมือจากระดับนโยบายสู่นักวิจัย การนำเสนอผลงานเพื่อจุดประกายแนวคิด การเปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่เติบโตผ่านการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) และการแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อขยายประโยชน์จากงาน ววน. สู่สังคม


ภายในงานยังมี Strategic Forum สำหรับขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของประเทศ, Masterclass เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะสู่การปฏิบัติ และ Quantum Future Forum เพื่อร่วมกำหนด White Paper ด้านเทคโนโลยีควอนตัมของไทย พร้อมการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งภาคบรรยายและโปสเตอร์ เวทีสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการ ววน. กิจกรรมสร้างสรรค์ และนิทรรศการผลงานวิจัยจากกองทุน ววน. กับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ

ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่า การรวมตัวของนักวิจัย นักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชน และเครือข่าย ววน. กว่า 2,500 คน เป็นโอกาสให้บุคลากรที่มีศักยภาพได้รู้จัก เชื่อมโยง และสร้างสิ่งใหม่ร่วมกัน ตั้งแต่นักวิจัยรุ่นใหม่และนักวิจัยอาวุโส ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบายและภาคเอกชนที่พร้อมร่วมลงทุน เพื่อพางานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์และสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตประชาชน

"ประเทศไทยไม่ได้ขาดคนเก่ง สิ่งสำคัญคือการทำให้คนเก่งเหล่านั้นมีโอกาส มีเครือข่าย มีทรัพยากร และมีพื้นที่ในการเติบโต เพื่อเปลี่ยน Talent ของคนไทยให้เป็นพลังของระบบ และเปลี่ยนพลังของระบบให้เป็นพลังของประเทศ" ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง กล่าว


สำหรับ Thailand Talent Summit เป็นเวทีระดับประเทศที่เชื่อมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยบริหารและจัดการทุน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาศักยภาพ และสร้างความร่วมมือในการนำงานวิจัยไปใช้จริง

โดยการจัดงานครั้งที่ 3 นี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้ความร่วมมือของ สกสว. สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (สป.อว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หน่วยบริหารและจัดการทุน และภาคีเครือข่ายในระบบ ววน. เพื่อพัฒนากำลังคนและสร้างระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมที่เข้มแข็งให้ประเทศไทย