รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ชัยนาทด่วน สั่งกู้แพโป๊ะหลุดขวางสะพานใหม่ หวั่นกระทบโครงสร้างและทางน้ำ พร้อมติดตามเขื่อนเจ้าพระยาปรับระบายน้ำ 1,750 ลบ.ม./วินาที ยืนยันรัฐพร้อมช่วย ปชช. รับมืออุทกภัย

วันที่ 24 กันยายน 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทอย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบเหตุแพโป๊ะหลุดจากบริเวณหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร ลอยมาติดบริเวณตอม่อสะพานใหม่ อำเภอเมืองชัยนาท โดยมี นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 เข้าร่วมรายงานสถานการณ์

รมช.คมนาคม รุดชัยนาท สั่งกู้แพโป๊ะหลุดขวางสะพาน

นายภัทรพงศ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกต่อเนื่องถึงเช้ามืดของวันที่ 24 กันยายน เวลาประมาณ 00.15 น. หลังจากเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ทำให้แพโป๊ะหลุดลอยตามกระแสน้ำมาติดที่ตอม่อสะพานใหม่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.)

จากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งกำหนดแนวทางเก็บกู้แพโป๊ะออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการกีดขวางทางน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ รวมถึงป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างของสะพาน

ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา

ภายหลังจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุแพโป๊ะหลุด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางต่อไปยังเขื่อนเจ้าพระยา สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

นายภัทรพงศ์ ระบุว่า จากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับการระบายน้ำอยู่ที่อัตรา 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำเหนือและปริมาณฝนในพื้นที่

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนด้วยการทยอยยกระดับน้ำ เพื่อชะลอมวลน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ควบคู่ไปกับการผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งอย่างเต็มศักยภาพ โดยเน้นย้ำไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

คมนาคมเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย

ในช่วงท้าย นายภัทรพงศ์ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเดินทางสัญจรของประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมทั้งสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักรต่างๆ เพื่อเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ.

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม