กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าโครงการ GI 3+3 ไทย-จีน แลกเปลี่ยนการขึ้นทะเบียน 3 สินค้าท้องถิ่น ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จต้นปี 2570 เพื่อขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าส่งออก พร้อมยกระดับบริการด้วย AI
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดันสินค้า GI ไทย-จีน หวังเพิ่มมูลค่าส่งออก
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึง การหารือทวิภาคีร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน (CNIPA) และสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (SAMR) เมื่อวันที่ 22-23 ก.ย.69 ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อเร่งผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม ถือว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการนำร่อง สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI ) 3+3 ไทย-จีน ซึ่งเป็นความร่วมมือแลกเปลี่ยนการขึ้นทะเบียนสินค้าGI ระหว่างกันฝ่ายละ 3 สินค้า
การหารือครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการตกลงร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและจีน ในระหว่างการเยือนจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายที่จะขึ้นทะเบียนสินค้า GI ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในช่วงต้นปี 2570 เพื่อเป็นก้าวสำคัญในการเปิดตลาดและเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าชุมชนไทย
เปิดรายชื่อ 3 สินค้า GI ไทยเตรียมบุกตลาดจีน
ในการหารือกับ CNIPA กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำส่งคำขอขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของไทยจำนวน 3 รายการ เพื่อยื่นจดทะเบียนในจีนอย่างเป็นทางการ ได้แก่
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้
มะขามหวานเพชรบูรณ์
ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง
ในขณะเดียวกัน ทางการไทยได้รับคำขอขึ้นทะเบียนสินค้า GI จากจีนจำนวน 3 รายการ ได้แก่ เหล้าเหมาไถกุ้ยโจว, ชาเพิ่งหวงตานฉง และเครื่องเคลือบดินเผาสีขาวเต๋อฮั่ว เพื่อนำกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนในประเทศไทยเช่นกัน
นำเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการทรัพย์สินทางปัญญา
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการยกระดับงานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยกรมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในระบบบริการ เช่น ระบบ "AI Image Search" และ "Trademark Checker" สำหรับช่วยสืบค้นเครื่องหมายการค้าจากฐานข้อมูลจำนวนมหาศาล และระบบพิจารณาคำขอแบบเร่งด่วน (Fast-Track) โดยเฉพาะสิทธิบัตรในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น พร้อมกันนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดทำความร่วมมือเรื่องการแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบสิทธิบัตรระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบคำขอที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการพิจารณาคำขอสิทธิบัตร
ร่วมมือจีนปราบปรามละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์
ส่วน SAMR นั้น ได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิ ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และผู้อำนวยการและเลขาธิการพรรคประจำ SAMR ได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 20 ก.ค.69 เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันให้มีความชัดเจนและนำไปสู่การปฏิบัติ ลดอุปสรรคสำคัญของ SMEs ไทยและจีน ในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันเบื้องต้นว่าแผนกิจกรรมในปี 70 อาจรวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่ภาครัฐและผู้ประกอบการ การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะการป้องกันละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์และการละเมิดสินค้า GI ตลอดจนพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างกลไกเพื่อลดปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่สุจริต เป็นต้น
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม