กรมประมงเตรียมจัดงาน วันสถาปนากรมประมง ครบรอบปีที่ 100 ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 เปิดเส้นทางผลงานสำคัญผ่าน 4 ยุค พร้อมนำเสนองานวิจัยและนวัตกรรม กิจกรรม Open House และสินค้าประมงคุณภาพจากกว่า 36 ร้านค้า สะท้อนบทบาทการสร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่าสินค้า และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจประมงไทยอย่างยั่งยืน
นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า กรมประมงได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2469 ในสมัยรัชกาลที่ 7 จากพระบรมราชโองการจัดตั้งกรมรักษาสัตว์น้ำสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ จากนั้นในปีพ.ศ. 2476 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมการประมง และต่อมาในปี พ.ศ. 2496 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมประมงจนถึงปัจจุบัน และได้ขับเคลื่อนภารกิจด้านการประมงของประเทศไทยซึ่งได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและพัฒนาสู่ความก้าวหน้าอย่างหลากหลายมิติ
ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบวันสถาปนา 100 ปี ในปีนี้กรมประมงจึงได้ จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด ใต้ร่มพระบารมี 100 ปีกรมประมง : ในน้ำมีปลา สร้างคุณค่าสู่ความมั่นคงทางอาหาร โดยถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางตลอด 1 ศตวรรษ ผ่านการร้อยเรียงเป็น 4 ยุคสำคัญ ได้แก่
ยุคแห่งการก่อตั้ง ยุคแห่งการพัฒนา ยุคเพื่อความก้าวหน้า และยุคเพื่อความยั่งยืน ที่ได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่กรมประมงได้สร้างรากฐานและพัฒนาการประมงไทย ทั้งด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างสมดุล เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชาวประมงมาอย่างยาวนาน
โดยเรื่องราวทั้ง 4 ยุคจะถูกนำมาร้อยเรียงเรื่องราวถ่ายทอดผ่านกิจกรรมและนิทรรศการต่าง ๆ ภายในงานตลอดการจัดงาน 2 วัน ครอบคลุมทั้งพิธีการ กิจกรรมเชิดชูเกียรติการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมกับภารกิจของกรมประมง
นายมานพ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 21 กันยายน 2569 ช่วงเช้าได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมประมงครบรอบ 100 ปี ทรงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการครบรอบ 100 ปีกรมประมง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการจัดงานจำนวน 6 นิทรรศการ
ประกอบด้วย นิทรรศการ ร้อยเรื่องราว 100 ปี กรมประมง', นิทรรศการหนึ่งศตวรรษแห่งพระมหากรุณาธิคุณ สู่การพัฒนาประมงไทยอย่างยั่งยืน', นิทรรศการ 'สืบสานพระราชดำริ สร้างอาชีพ สู่การพัฒนาประมงอย่างยั่งยืน', นิทรรศการ 'ร้อยปี ร้อยปลาไทย จากสายน้ำสู่ความมั่นคงทางอาหาร, นิทรรศการ ‘สายน้ำแห่งชีวิต เสริมพลังชุมชนประมงท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน' , นิทรรศการ 'DOF Tech 100 Years ก้าวที่ 100 สู่ประมงดิจิทัล
สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย จะเป็นพิธีการมอบรางวัลแก่ผู้มีผลงานและผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อวงการประมง เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน อาทิ รางวัลข้าราชการดีเด่น รางวัลเลิศรัฐ รางวัล DOF NEXT GEN INFLUENCER เป็นต้น และในวันที่ 22 กันยายน 2569 กรมประมงได้จัดเตรียมกิจกรรม เวที Flash Talk ที่จะพาผู้เข้าร่วมงานไปเปิดมุมมองและสัมผัสอนาคตของการประมงไทย ผ่าน 18 ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่โดดเด่นของกรมประมงที่นำมาถ่ายทอดแบบเจาะลึก อาทิ โครงการวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล , โครงการวิจัยนวัตกรรมระบบการอนุบาลลูกปลาในน้ำไหลแบบอัจฉริยะ
โครงการจากไข่ตุ๋นสู่ Function Feed : นวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปสำหรับสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นต้น พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง และพูดคุยกับทีมนักวิจัยของกรมประมงโดยตรง เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถเข้าถึงได้ ตลอดจนนำไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในอนาคต
นอกจากนี้ ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน ภายในงานยังมีกิจกรรมที่จะทำให้กรมประมงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ กับกิจกรรมเปิดบ้านกรมประมง (Open House) ที่พร้อมพาทุกท่านไปสัมผัสและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจด้านการประมงอย่างใกล้ชิด
โดยครอบคลุมองค์ความรู้ที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการวิจัยอาหารสัตว์น้ำ ด้านการประมงทะเล ด้านการประมงน้ำจืด และด้านการตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง พร้อมรับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการต่อยอดอาชีพ ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจในอนาคต
ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ กรมประมงได้ร่วมมือกับเครือข่ายชุมชน ในการชูศักยภาพของสินค้าประมงท้องถิ่น ทั้งการเพิ่มมูลค่าสินค้า และการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการแปรรูป โดยได้เปิดพื้นที่ภายในงานให้มีการจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น
ตลอดจนผู้ประกอบการภาคเอกชน และเครือข่าย Fisherman Shop จากแต่ละจังหวัดกว่า 36 ร้านค้า เพื่อสนับสนุนชาวประมงและผู้ประกอบการในชุมชนได้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าโดยตรงถึงผู้บริโภค พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมสินค้าประมงท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน
นายมานพ กล่าวอีกว่า ในโอกาสนี้ กรมประมงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและผู้สนใจทุกท่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวสู่ศตวรรษใหม่กับกรมประมง พร้อมพบกับกิจกรรมมากมายที่รอให้ทุกท่านได้มาสัมผัสโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น.ที่กรมประมง กรุงเทพมหานคร