"พิพัฒน์" ยันเดินหน้าปิดท่าเรือกรุงเทพ หวังเปลี่ยนพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์สร้างรายได้ระยะยาว สั่ง กทท. เยียวยา 26 ชุมชน พร้อมแจงปมแหลมฉบัง เฟส 3 ลั่นไม่ยอมเสียค่าโง่เอกชน 4 พันล้าน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายลดบทบาทท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) โดยยืนยันว่า มีเป้าหมายที่จะปิดการดำเนินงานของท่าเรือกรุงเทพให้ได้ 100% เพื่อย้ายการบริหารจัดการไปรวมศูนย์อยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เพียงแห่งเดียว โดยมุ่งหวังนำพื้นที่เดิมมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท. และรักษาการผู้อำนวยการ กทท. ร่วมกันศึกษาความจำเป็นในการคงพื้นที่บางส่วนไว้ สำหรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วเป็นพิเศษ เช่น อาหารสดหรือผลไม้สด โดยให้พิจารณาเป็นรายกรณี ควบคู่กับการทบทวนเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังในการแบ่งเบาภาระของท่าเรือคลองเตย

วางแผนเยียวยา 26 ชุมชนคลองเตย รับมือการย้ายพื้นที่

สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินงาน นายพิพัฒน์ ระบุว่า ยังไม่สามารถกำหนดวันสรุปที่ชัดเจนได้ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการบริหารจัดการชุมชนโดยรอบท่าเรือกรุงเทพจำนวน 26 ชุมชน

จากการหารือเบื้องต้น ทางชุมชนไม่ได้ขัดข้องในการย้ายออก แต่ กทท. จะต้องจัดสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ทดแทนให้ และทยอยดำเนินการย้ายเป็นเฟส ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างอาคารและการเคลื่อนย้าย โดยคาดหวังว่าจะได้เห็นความชัดเจนเชิงนโยบายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

เร่งแก้ปัญหางานถมทะเล “แหลมฉบัง เฟส 3” ยันไร้ค่าโง่ 4 พันล้าน

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (เฟส 3) ในส่วนงานถมทะเลท่าเทียบเรือ F ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขปัญหาทางเทคนิค เรื่องค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) ของวัสดุถมใต้ระดับน้ำ ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทกับ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันระหว่างบริษัทที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้รับสัมปทาน เพื่อหาข้อสรุปด้านวิศวกรรมร่วมกัน

ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนเรียกร้องค่าเสียหายชดเชยจำนวน 4,000 ล้านบาทนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการเจรจา และรัฐบาลจะไม่ยอมเสียค่าโง่ในกรณีนี้อย่างแน่นอน พร้อมสั่งการให้ กทท. ตรวจสอบจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดอย่างละเอียดเพื่อระบุผู้รับผิดชอบ และเร่งส่งมอบพื้นที่เพื่อให้โครงการดำเนินการต่อได้เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม