รฟท. มั่นใจเจรจาบริษัทในเครือซีพีลงตัว ยืนยันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ชัตดาวน์รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ หลังวันที่ 30 ก.ย. 2569 อย่างเด็ดขาด พร้อมเตรียมแผนสำรองดึง รรฟท. บริษัทลูกเข้าบริหารแทนทันทีหากเอกชนถอนตัว
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีที่บริษัท เอเชีย เอราวัณ จำกัด (บริษัทในเครือซีพี) ซึ่งเป็นผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ ได้ทำหนังสือมายัง รฟท. เพื่อขอยุติการเดินรถในวันที่ 30 กันยายน 2569 ว่า ฝ่ายบริหาร รฟท. ได้นำเสนอแนวทางที่ทางเอกชนยื่นข้อเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. พิจารณาแล้ว
สำหรับข้อเสนอของเอกชนแบ่งเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การขอค่าบริหารจัดการเดินรถ 60 ล้านบาทต่อเดือน ในระยะเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงินกว่า 240 ล้านบาท, ประเด็นหากมีการฟ้องร้องจะยุติการเดินรถไฟฟ้า, ประเด็นหากให้เดินรถต่อทางเอกชนพร้อมจ่ายเงินค้ำประกันค่าบริหารเดินรถต่อกว่าพันล้านบาทให้ รฟท. และประเด็นหากส่งมอบทรัพย์สินรถไฟฟ้าทางเอกชนขอส่งมอบตามสภาพ
ทั้งนี้ บอร์ด รฟท. พิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถรับได้เพียงข้อเดียว คือ การจ่ายเงินค้ำประกันค่าบริหารเดินรถเพิ่ม ส่วนอีก 3 ประเด็นไม่สามารถรับได้ จึงมีมติให้แยกการเจรจาเรื่องการบริหารเดินรถออกไปอีก 4 เดือนในรูปแบบ บันทึกความเข้าใจ (MOU) อีกฉบับ โดยจะนำเรื่องนี้ให้คณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณา ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกำกับโครงการเดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ ที่มี นายจิระพงษ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน พิจารณารวบรวมแนวทางเพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้แล้วเสร็จ และได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 30 กันยายนนี้ ยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่มีเหตุการณ์ชัตดาวน์เพื่อยุติการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
เปิดแผนสำรอง ส่ง รรฟท. บริษัทลูกเข้าเสียบแทนหากเอกชนถอนตัว
นายอนันต์ ชี้แจงเพิ่มเติมถึงแผนรองรับกรณีเอกชนไม่รับเดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่อว่า รฟท. ได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้วในเบื้องต้น โดยจะมอบหมายให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รรฟท.) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่มีความเชี่ยวชาญและเคยบริหารจัดการในชุดแรก เข้ามาดำเนินการแทนทันที
ในส่วนของความพร้อม ได้เตรียมการดึงบุคลากรเดิมของเอกชนที่มีความชำนาญประมาณ 350 คน เข้ามาช่วยสนับสนุน รวมถึงการเตรียมเสนอขอปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าจ้างบุคลากรหากต้องเข้าบริหารแทนหลังสิ้นสุดระยะเวลา 4 เดือน นอกจากนี้ รฟท. ยังมีแผนเพิ่มจำนวนรถไฟชานเมืองสายตะวันออกและเพิ่มตู้โดยสาร เพื่อเป็นทางเลือกเสริมรองรับการเดินทางของประชาชน ในช่วงที่แอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ ประสบปัญหาด้านเทคนิคเรื่องล้อสึกลง
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม