รฟท. เตรียมผุดศูนย์ CY บางกล่ำ จ่อชง ครม. อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ หวังยกระดับโลจิสติกส์ ลดต้นทุนขนส่ง ดันสินค้าไทยทะลวงด่านปาดังเบซาร์สู่ประเทศมาเลเซีย

รฟท. ลงพื้นที่หาดใหญ่-บางกล่ำ เตรียมผุดศูนย์ CY

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน ณ สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมตรวจติดตามความพร้อมของพื้นที่สำหรับการพัฒนาย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า (Container Yard: CY) บริเวณสถานีบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ในอนาคต

สำหรับสถานีชุมทางหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการเดินทางและการขนส่งทางรางที่สำคัญของภาคใต้ตอนล่าง เชื่อมโยงการเดินทางของประชาชน นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ได้ตรวจติดตามพื้นที่บริเวณสถานีบางกล่ำ ซึ่งมีแผนพัฒนาเป็นย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า (CY) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับการขนส่งสินค้าทางราง และสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าจากถนนสู่ระบบราง (Shift to Rail) โดยพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพในการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากพื้นที่ภาคใต้ไปยังด่านปาดังเบซาร์ ประเทศมาเลเซีย และภูมิภาคใกล้เคียง

จ่อชง ครม. อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ 2 เส้นทาง

สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายระบบรางของประเทศ ปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการใน 2 ช่วงสำคัญ ได้แก่

  • ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี

  • ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา

โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ควบคู่กันไปได้อย่างมีประสิทธิภาพทันทีที่ ครม. มีมติอนุมัติ

พลิกโฉมโลจิสติกส์ใต้ เชื่อมส่งออกปาดังเบซาร์

นายอนันต์ ระบุว่า “การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่รองรับการขนส่งสินค้า จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของระบบรางและระบบโลจิสติกส์ในภาคใต้ ช่วยสนับสนุนการลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่ง ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงสินค้าเกษตร ผลผลิตจากภาคการผลิต และภาคอุตสาหกรรมของภาคใต้สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผ่านด่านปาดังเบซาร์ไปยังประเทศมาเลเซียและภูมิภาคใกล้เคียง” นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของโครงการในทุกมิติ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้เมื่อโครงการผ่านการพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนแล้ว จะสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในพื้นที่ภาคใต้จะช่วยเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ยกระดับระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตลอดจนเสริมศักยภาพการเชื่อมโยงระบบรางระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียในระยะยาว

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม