ซี.พี. ส่งหนังสือถึง รฟท. ยืนยันขอเลิกสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมยุติเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 30 ก.ย.นี้ คมนาคมย้ำเลิกฝ่ายเดียวไม่ได้ นัดถกด่วน 27 ส.ค.
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมาบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (บ.ในเครือซีพี) ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญา ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินได้ทำหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เพื่อยืนยันการใช้สิทธิ์ขอสิ้นสุดสัญญา ตามเงื่อนไขของสัญญา รวมถึงขอยกเลิกข้อตกลงการบริหารและการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ที่จะสิ้นสุดสัญญาการเดินรถในวันที่ 30 ก.ย.นี้นั้น ในเรื่องนี้ทาง รฟท.ไม่ได้เห็นด้วยกับการยกเลิกสัญญา ดังนั้นจึงอยู่ระหว่างการเชิญบริษัทเข้ามาหารือเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม โดยก่อนหน้านี้ภาครัฐได้ขอให้เอกชนพิจารณาถอนหนังสือขอยกเลิกสัญญาฉบับก่อนหน้านี้
“เอราวันได้ส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญามายัง รฟท. แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นทาง รฟท. ยังไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกสัญญาดังกล่าวและได้พยายามเชิญชวนให้เอกชนมาพูดคุย เพื่อขอให้ถอนหนังสือยกเลิกสัญญาออกไปก่อน แต่ทางเอกชนกลับมีการส่งหนังสืออีกฉบับเมื่อ 1-2 วัน ที่ผ่านมา เพื่อยืนยันความประสงค์ในการขอเลิกสัญญาอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า เป็นการส่งหนังสือเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง แม้ในเนื้อความจะมีความหมายชัดเจนว่าต้องการยุติสัญญาและไม่ไปต่อก็ตาม” นายสิริพงศ์ กล่าว
สำหรับหนังสือดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแจ้งความประสงค์และรักษาสิทธิ์ของเอกชน โดยเนื้อหาชัดเจนว่าเอกชนต้องการขอยกเลิกหรือยุติสัญญา แต่ในทางกฎหมายการส่งหนังสือดังกล่าวยังไม่ได้ทำให้สัญญาสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากการสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนมีเงื่อนไขและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน โดยหลักเกณฑ์การสิ้นสุดสัญญา มีแนวทางสำคัญประมาณ 4 กรณี ได้แก่
- การตกลงยุติสัญญาร่วมกัน ของทั้งสองฝ่าย
- การสิ้นสุดสัญญาโดยปริยาย ตามเงื่อนไขเวลาหรือสถานการณ์ที่กำหนด
- คำสั่งศาล ให้ยุติสัญญา
- การบอกเลิกสัญญาโดยฝ่ายรัฐ ตามเงื่อนไขข้อบังคับ
ดังนั้น การที่เอกชนส่งหนังสือแสดงความประสงค์ขอยุติสัญญาเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง และ รฟท.ยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการเจรจาและบริหารจัดการสัญญาตามมติและกรอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง
“ตอนนี้เรายังดำเนินการไม่ได้ในส่วนของการยกเลิกสัญญา เพราะ รฟท.ยังมีหน้าที่ในการเจรจาและบริหารสัญญาให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยพยายามหาทางออกที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะและประชาชน ขณะเดียวกันรัฐต้องไม่เสียประโยชน์” นายสิริพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและ รฟท.อยู่ระหว่างพิจารณาประเด็นเร่งด่วนที่จำเป็นต้องหาข้อยุติ แม้การเจรจาเรื่องสัญญา 3 สนามบินจะยังไม่แล้วเสร็จ โดยมี 2 ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ประเด็นแรกคือกรณีที่เอเชีย เอรา วันมีท่าทีว่าจะหยุดเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรองรับไว้แล้ว และมีความสามารถที่จะดำเนินการเดินรถต่อได้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ รฟท.เห็นว่าหากเอกชนยังสามารถเดินรถต่อไปได้ในระหว่างที่การเจรจายังไม่ยุติ จะเป็นประโยชน์มากที่สุด เพราะจะทำให้บริการประชาชนสามารถดำเนินต่อเนื่องโดยไม่เกิดรอยต่อ
รฟท. นัดถกด่วน 27 ส.ค. วางแผนรับมือหากหยุดเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 27 ส.ค. 69 รฟท.จะนัดหาเจรจากับเอกชนในประเด็นดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีการหารือกันเพื่อขอให้เอกชนยังคงเดินรถต่อไป เนื่องจากสิทธิ์ในการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่มีผลผูกพันอยู่ จึงจำเป็นต้องหารือกับคู่สัญญาให้ชัดเจนก่อนดำเนินการใด ๆ หากท้ายที่สุดเอกชนไม่สามารถหรือไม่ยินยอมเดินรถต่อ รัฐจำเป็นต้องจัดหาผู้ดำเนินการรายอื่นเข้ามารับช่วงเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ โดยอาจพิจารณาหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนรายอื่นที่มีความพร้อมเข้ามาดำเนินการด้านการเดินรถและการบำรุงรักษาในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและเงื่อนไขของสัญญา
“กรณีที่เอกชนไม่เดินรถ เราก็ต้องหาคนอื่นมาเดิน เพราะสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน แต่สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือการเจรจากับเอกชนก่อน เพื่อให้ยังเดินรถต่อไปได้และรักษาประโยชน์ของประชาชน ส่วนกรณีที่เอกชนหยุดเดินรถโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา หากมีการผิดสัญญา ก็อาจมีประเด็นเรื่องค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือข้อพิพาทที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีในอนาคตได้ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์” นายสิริพงศ์ กล่าว
สำหรับประเด็นที่สอง คือความจำเป็นในการเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โดยเฉพาะส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากปัจจุบันโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนดำเนินการมาประมาณ 10 ปีแล้ว แต่ยังมีส่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะสัญญา 4-1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์-อยุธยา รวมถึงงานส่วนที่เป็นแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ที่มีความจำเป็นต่อการเชื่อมโยงโครงข่าย
นอกจากนี้ ยังมีโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง Missing Link ในช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง บริเวณโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นอีกช่วงสำคัญที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้มอบหมายให้ รฟท.ไปหารือกับคู่สัญญาเดิมเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการปรับรูปแบบสัญญา โดยเฉพาะการแยกหรือปรับลดเนื้องานบางส่วนออกมาดำเนินการก่อน เพื่อไม่ให้โครงการส่วนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องหยุดรอผลการเจรจาสัญญา 3 สนามบิน
“หากเอกชนไม่เดินรถ เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน เราก็ต้องจัดหาคนมาเดินรถให้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปบอกให้เอกชนหยุดเดินรถ สิ่งที่เราทำคือเจรจาให้เขาเดินต่อ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนและให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา คาดว่าพรุ่งนี้ 27 ส.ค. นี้ จะได้ข้อสรุปในแต่ละประเด็น จากนั้นผลการเจรจาจะนำไปสู่การพิจารณาแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยเป้าหมายสำคัญคือให้โครงการเดินหน้าต่อได้ รัฐไม่เสียประโยชน์ และไม่กระทบประชาชน” นายสิริพงศ์ กล่าว
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม