กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 ผนึกพลังรัฐ–เอกชน ดันสินค้าไทยโตอย่างยั่งยืน เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ–เซ็น MOU สร้างโอกาสการค้าใหม่
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจการค้าภายใต้วิสัยทัศน์ MOC+เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการภูมิภาค ทั้ง 76 จังหวัด ให้สามารถผลิตและพัฒนาสินค้าที่สอดคล้องกับเทรนด์การค้ายุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
ล่าสุดวันนี้โลกการค้าเปลี่ยนไป ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ราคาหรือคุณภาพ แต่มองหาความใส่ใจต่อโลก กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการ กระตุ้นและสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคทั่วประเทศ หันมาสนใจและปรับตัวเข้าหาเรื่องความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพื่อเปลี่ยนความท้าทายนี้ให้เป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขันระดับโลก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะรวบรวมและจัดทำข้อมูลสินค้า SDGs เพื่อเผยแพร่แก่ผู้ประกอบการและประชาชน พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายภาคเอกชนในการขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค เพื่อผลักดันสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
"การสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการไทย ซึ่งผลิตขึ้นอย่างใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม จะช่วยทำให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน การจัดงานในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการเป็นผู้นำตลาดสินค้ารักษ์โลกในระดับสากล"
โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการจัดงาน คือการยกระดับงานแสดงสินค้าให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาศักยภาพ สร้างเครือข่าย และต่อยอดไปสู่ตลาดใหม่ ผ่านกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ
รวมถึง Design & Innovation Clinic ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรับคำปรึกษาด้านการพัฒนาสินค้าและการปรับโฉมแบรนด์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในวันเปิดงาน คือ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ระหว่างภาคเอกชน โดยมีประธานในพิธีและรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ร่วมเป็นสักขีพยาน
สะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายในงาน และเป็นอีกก้าวของการสร้างเครือข่ายและโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการจากกรุงเทพมหานครและภูมิภาค อาทิ สมุทรปราการ ปทุมธานี เชียงราย ขอนแก่น และมหาสารคาม ซึ่งสะท้อนบทบาทของงานในการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการจากหลากหลายพื้นที่เข้ากับพันธมิตรทางธุรกิจ
นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการพิเศษภูมิปัญญาไทยสู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดผ้าไทยและงานหัตถกรรมไทยให้ก้าวสู่ความร่วมสมัย และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
โดยผู้เข้าชมงานยังสามารถเลือกชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่นและเครื่องประดับ ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้และของตกแต่งบ้าน รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ทำให้งานนี้เป็นทั้งพื้นที่ทางธุรกิจและมหกรรมช้อปปิ้งที่ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าไทยคุณภาพได้โดยตรง
สำหรับความพิเศษของงานยังอยู่ที่การออกแบบกิจกรรมให้ประชาชนสามารถใช้เวลาได้ตลอดทั้งวัน โดยทุกวัน เวลา 13.00 น. พบกับเวทีเสวนาสร้างไอเดีย ต่อด้วยกิจกรรม Workshop อาทิ เพ้นท์กระถางและปลูกต้นไม้กลับบ้าน และ SEED BOMB – ลูกระเบิดเมล็ดพันธุ์ รวมถึงช่วงนาทีทองจากผู้ประกอบการ และการแสดงดนตรีสดในช่วงเย็น
งาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงตลาด–นวัตกรรม–ผู้ประกอบการ–พันธมิตรทางธุรกิจ–ผู้บริโภค เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และผลักดันสินค้าไทยให้เติบโตบนแนวทางที่สร้างคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนสามารถเข้าร่วมงาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 ณ Hall 7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน
โดยการจัดงาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (ต่อยอดจากแนวคิด BCG ในช่วงปี 2566) เพื่อขยายช่องทางตลาดสินค้าชุมชน สร้างความเข้มแข็ง และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการชุมชนและ SMEs ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์กระทรวงพาณิชย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทยให้เข้มแข็ง เป็นธรรม และเติบโตอย่างยั่งยืน (eMpower and Optimise Commerce plus Sustainable Growth: MOC+)
ไฮไลต์สำคัญภายในงานประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. การแสดงและจำหน่ายสินค้ารักษ์โลก (กว่า 200 บูธ / กว่า 1,000 รายการคัดสรรสินค้าดี มีคุณภาพจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่
กลุ่มอาหารอาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็งและแปรรูป ผัก-ผลไม้แปรรูป ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงรส รวมถึง Future Food / Super Food
กลุ่มเครื่องดื่ม กาแฟ และเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
กลุ่มแฟชั่น เครื่องหนัง และเครื่องประดับ กระเป๋าจากใยตาล, กระจูด, รองเท้าจากเศษยางที่เหลือทิ้ง และสินค้าแฟชั่นจากวัสดุธรรมชาติที่ดีไซน์ทันสมัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย ผ้าย้อมสีธรรมชาติ และผ้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น
กลุ่มเครื่องใช้ ของตกแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ เศษไม้ หรือการนำขยะกลับมาแปรรูป
กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากวัตถุดิบปลอดภัยและออร์แกนิค
2. การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)เชื่อมโยงผู้ผลิตท้องถิ่นกับห้างสรรพสินค้า โรงแรม และคู่ค้าต่างชาติ มุ่งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
3. กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นใหม่ เวทีเสวนา ความยั่งยืนเริ่มจากชีวิตประจำวัน, Workshop สอนทำผลิตภัณฑ์จากของเหลือใช้ และการแสดงดนตรีจากศิลปิน พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองทำผลิตภัณฑ์จริง
นอกจากนี้ บนเวทีกลางยังมีการเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญ ในหัวข้อสำคัญ อาทิ ความยั่งยืนเริ่มจากชีวิตประจำวัน ความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาส และ รายได้จากความยั่งยืน ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมได้ฟรี
กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เห็นถึงความก้าวหน้าของผู้ประกอบการไทยในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)