กรมการค้าต่างประเทศเผย มาเลเซียนำเข้าข้าวไทยอันดับ 1 ในช่วงครึ่งแรกปี 69 ทะลุ 3.2 แสนตัน มั่นใจยอดรวมทั้งปีทุบสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปีที่ 7 แสนตัน ย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพและส่งมอบ
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายนางชนินทร หริ่มเจริญ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำคณะผู้แทนภาครัฐและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เดินทางเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 ส.ค.69 เพื่อหารือและกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าข้าวกับ Padiberas Nasional Berhad (BERNAS) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิในการนำเข้าข้าวแต่เพียงผู้เดียวของมาเลเซีย โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ตลาดข้าว นโยบายด้านความมั่นคงทางอาหาร ทิศทางการนำเข้าข้าวของมาเลเซีย รวมถึงแนวโน้มการจัดซื้อข้าวในปี 69
มาเลเซียนำเข้าข้าวไทยอันดับ 1 ครึ่งปีแรกกวาด 3.2 แสนตัน
จากข้อมูลสถิติพบว่า มาเลเซีย มีความต้องการบริโภคข้าวประมาณ 2.69 ล้านตัน แต่มีผลผลิต 1.42 ล้านตัน จึงต้องนำเข้าข้าวประมาณ 1.46 ล้านตัน เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 69 นำเข้าข้าวจากไทยเป็นอันดับ 1 ปริมาณ 327,995 ตัน
จากปริมาณนำเข้าข้าวทั้งหมด 710,656 ตัน หรือ 46% โดยมีเวียดนามตามหลังที่ 232,416 ตัน, อินเดีย 62,115 ตัน และกัมพูชา 57,602 ตัน
“ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก ที่ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มาเลเซียกลับมานำเข้าจากไทยเป็นอันดับ 1 และสูงกว่าปริมาณที่นำเข้าจากไทยทั้งปี 68 ที่อยู่ที่ 264,605 ตัน สะท้อนถึงการกลับมาขยายตัวอย่างโดดเด่นของข้าวไทยในตลาดมาเลเซีย มั่นใจปีนี้ส่งออกข้าวไทยไปมาเลเซียมีโอกาสทะลุ 700,000 ตันแน่นอน สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี”
BERNAS ชูจุดแข็ง "ข้าวไทย" คุณภาพเยี่ยม-ส่งมอบตรงเวลา
สำหรับข้าวที่มาเลเซียนิยมนำเข้าจากไทย ส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว ซึ่งมีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็ง หุงขึ้นหม้อ ซึ่ง BERNAS ต้องการให้ไทยรักษาคุณภาพไว้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และย้ำด้วยว่า ไทยยังคงเป็นแหล่งจัดหาข้าวที่สำคัญและเชื่อถือได้ของมาเลเซีย พร้อมชื่นชมผู้ส่งออกข้าวไทยที่ส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา นอกจากนี้ BERNAS ยังระบุอีกว่า การพิจารณาจัดซื้อข้าว ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความต่อเนื่อง และความตรงต่อเวลาในการส่งมอบ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของผู้ส่งออกไทย ขณะที่ข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมไทย ยังคงได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและมีโอกาสขยายตลาดในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ แม้ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากข้าวหอมของประเทศคู่แข่ง
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม