"กรมทางหลวง" ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น่านและจังหวัดใกล้เคียงต่อเนื่อง เร่งเปิดเส้นทาง เคลียร์ดินสไลด์ และซ่อมแซมจุดเสียหาย คาดสะพานเบลีย์ 2 แห่งเปิดใช้ได้ 21-22 ส.ค.นี้

รายงานข่าวจากกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง กรมทางหลวงได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเร่งเปิดเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เคลียร์ดินสไลด์ และฟื้นฟูจุดที่ได้รับความเสียหายให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

อัปเดตทางหลวงได้รับผลกระทบ 4 จังหวัด 16 แห่ง

ข้อมูลจากรายงานของ กรมทางหลวง ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น. ระบุว่า มีโครงข่ายทางหลวงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยรวม 4 จังหวัด จำนวน 16 แห่ง สัญจรผ่านได้ 8 แห่ง และยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้อีก 8 แห่ง ดังนี้

  • จังหวัดพิษณุโลก ได้รับผลกระทบ 1 แห่ง
  • จังหวัดหนองบัวลำภู ได้รับผลกระทบ 4 แห่ง
  • จังหวัดนครพนม ได้รับผลกระทบ 1 แห่ง
  • จังหวัดน่าน (ได้รับผลกระทบหนักที่สุด) รวม 10 แห่ง สัญจรผ่านได้ 2 แห่ง และผ่านไม่ได้ 8 แห่ง

ทั้งนี้กรมทางหลวงได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ แขวงทางหลวงน่านที่ 1 แขวงทางหลวงน่านที่ 2 แขวงทางหลวงพะเยา ศูนย์สร้างทางลำปาง และศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในแต่ละสายทาง โดยเฉพาะจุดที่ได้รับความเสียหายจนกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ 2 จุด อ.ปัว คาดเปิดสัญจร 21-22 ส.ค.นี้ 

สำหรับจุดที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนโครงสร้างสะพานขาด กรมทางหลวงได้นำชุดสะพานเบลีย์ (สะพานโครงเหล็กชั่วคราว) เข้าติดตั้งในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

  1. ทางหลวงหมายเลข 1256 (กม.5+975) สะพานบ้านมอญ อ.ปัว โครงสร้างพื้นสะพานช่วงกลางขาดหายไปประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่เริ่มเข้าประกอบสะพานตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 20 สิงหาคม คาดว่าจะสามารถเปิดการจราจรให้ประชาชนใช้งานได้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569

  2. ทางหลวงหมายเลข 1371 (กม.3+700) สะพานห้วยตาด อ.ปัว พื้นสะพานขาด 2 ช่วง และตอม่อทรุดตัว 1 ช่วง เตรียมทอดสะพานเบลีย์ความยาว 30 เมตร ในช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคม คาดว่าจะพร้อมเปิดการจราจรในวันที่ 22 สิงหาคม 2569

นอกจากนี้ยังเร่งดำเนินการซ่อมแซมคอสะพานและคืนสภาพผิวจราจรในหลายจุด โดยสะพานบ้านฝ่าย อำเภอปัว บนทางหลวงหมายเลข 1371 และสะพานสบบั่ว อำเภอท่าวังผา บนทางหลวงหมายเลข 1170 อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซมคอสะพาน คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนสัญจรได้ภายในช่วงค่ำของวันที่ 20 สิงหาคม 2569

สำหรับทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงกิโลเมตรที่ 1+500 ถึงกิโลเมตรที่ 2+100 บริเวณบ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการคืนสภาพเส้นทาง เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดการจราจรได้โดยเร็ว ขณะที่ทางหลวงหมายเลข 1256 กิโลเมตรที่ 8+000 บริเวณโค้งห้วยเย็น ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก รถยนต์ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ และเตรียมเข้าดำเนินการทันทีเมื่อสภาพพื้นที่มีความปลอดภัยเพียงพอ

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าดำเนินการเคลียร์ดินสไลด์ เพื่อเปิดเส้นทางชั่วคราวในจุดอื่น ๆ บนทางหลวงหมายเลข 1371 ทางหลวงหมายเลข 1071 และทางหลวงหมายเลข 1256 อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้กรมทางหลวงขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติและข้อมูลเส้นทางผ่านระบบ HDMS ของกรมทางหลวง รวมถึงสอบถามข้อมูลเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม