กขค. เตรียมออกกฎหมายใหม่ควบคุมแพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรี่ ปิดช่องโหว่เอาเปรียบไรเดอร์-ผู้บริโภค ทั้งปมค่า GP และระบบอัลกอริทึม คาดบังคับใช้ ก.ย. 69 หลังพบตลาดผูกขาด

กขค. ลุยจัดระเบียบแพลตฟอร์มเรียกรถ-เดลิเวอรี่

นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพการแข่งขัน ในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม (Ride-hailing) ครั้งที่ 1/69 ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์” เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการเรียกรถ ให้ครอบคลุมทั้งธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ (ทั้งบริการรับส่งของและอาหาร) หรือครอบคลุมทั้งบริการเรียกรถรับส่งคน และสิ่งของ เพราะปัจจุบันมีผู้ให้บริการน้อยราย ทำให้เกิดการแข่งขัน และพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับไรเดอร์ และอาจเกิดความไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภค 

“เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ส.ค.69  ที่เว็บไซต์ www.tcct.or.th หรือทางอีเมล์ hearing@tcct.or.th จากนั้นจะนำความเห็นที่ได้รับมาพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลทั้ง 2 ธุรกิจ ให้แข่งขันอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงสวัสดิภาพของทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค คาดว่า จะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนก.ย.69”

นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)
นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)

สาระสำคัญของข้อกำหนดมาตรฐานฯ

หลักเกณฑ์ใหม่นี้จะเข้าไปกำกับดูแลการทำงานของแพลตฟอร์มอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • การเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ควบคุมการเรียกเก็บค่า GP (ค่าส่วนแบ่งการขาย) ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชันให้มีความเป็นธรรม

  • เงื่อนไขทางการค้า ป้องกันการกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิ (Exclusive Dealing) และการบังคับราคาเท่ากันทุกช่องทาง (Rate Parity)

  • ความโปร่งใสของระบบ แก้ปัญหาการออกแบบระบบที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด (Dark Patterns) และการจัดลำดับที่เอื้อประโยชน์ต่อบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน (Self-preferencing)

  • มาตรฐานความปลอดภัย บังคับให้มีการตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ ยกระดับความปลอดภัยของยานพาหนะและไรเดอร์ รวมถึงต้องจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ทางกฎหมาย

ตลาดกระจุกตัว ต้นเหตุพฤติกรรมเอาเปรียบ

นางวรวรรณ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องออกข้อกำหนดมาตรฐานฯ เพราะแม้ที่ผ่านมา กขค.ได้ประกาศใช้แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร (ไกด์ไลน์ฟูด ดีลิเวอรี่) เพื่อกำกับดูแลธุรกิจฟูด ดีลิเวอรี่มาตั้งแต่เดือนธ.ค.63 แต่กลับได้รับการร้องเรียนพฤติกรรมของแพลตฟอร์มที่ไม่เป็นธรรมรวม 17 เรื่อง และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เพราะสภาพตลาดของทั้ง 2 ธุรกิจกระจุกตัว เพราะผู้ให้บริการรายใหญ่ออกจากตลาด เหลือเพียง 2 ราย ซึ่งอาจกระทบการแข่งขันในตลาด ขณะที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว มีไรเดอร์มากถึงกว่า 400,000 ราย มูลค่าธุรกิจสูงถึง 45,000 ล้านบาทในปี 68  คาดว่า จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 49,000 ล้านบาทในปี 72 

เสียงสะท้อนและปัญหาที่รอการแก้ไข

โดยพฤติกรรมที่ได้รับการร้องเรียน เช่น ค่า GP ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาระบบอัลกอริทึม เช่น บังคับใช้ระบบพ่วงงาน ที่บังคับให้ไรเดอร์รับงาน 2 ร้านพร้อมกัน แต่กลับปรับลดค่ารอบ ปัญหาระบบจัดลำดับงานที่เอื้อไรเดอร์ระดับสูง ปัญหาความคลาดเคลื่อนของ GPS ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง และการใช้ Dark Patterns ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด รวมถึงความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด  และกลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กับรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ที่อาจไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ไม่ขึ้นทะเบียนรถโดยสารสาธารณะ ฯลฯ จนอาจก่อให้เกิดสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม จึงจำเป็นต้องยกระดับการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับไรเดอร์ และความปลอดภัยกับผู้บริโภค

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม