รมช.คมนาคม ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน เร่งแก้ปัญหาดินโคลนถล่มบนทางหลวง 108 และ 1194 สั่งกรมทางหลวงและทางหลวงชนบทสแตนด์บายเครื่องจักร พร้อมอัดงบซ่อมแซมโครงสร้างถนนอย่างยั่งยืน

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนเพื่อเร่งปรับปรุง พัฒนาโครงข่ายคมนาคม และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง โดยเฉพาะสถานการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่ทางหลวงเพื่อให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวก ปลอดภัย และรองรับการสัญจรได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีนายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายอนุศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่ ส่วนราชการประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ ในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 ณ เส้นทางหลวงหมายเลข 108 แยกพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ทางหลวงหมายเลข 1194 พื้นที่ผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ภัยพิบัติ และที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อัดงบซ่อมแซมทางหลวง 108 และ 1194 ยกระดับความปลอดภัย

นายภัทรพงศ์ ระบุว่า จากการติดตามแผนการปรับปรุงเส้นทาง ได้เตรียมการแก้ปัญหาในหลายจุดสำคัญ ได้แก่

  • ทางหลวง 108 (แยกพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง) เตรียมปรับปรุงเป็นทางแยกขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งสัญญาณไฟจราจร วงเงินประมาณ 25-50 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

  • ทางหลวง 108 (สะพานแม่ริด-ห้วยงู) บริเวณที่ลาดคันทางทรุดตัวกว้าง ได้ตักดินเปิดทางและเตรียมแผนซ่อมแซมวงเงิน 5 ล้านบาท และอีกจุดที่ดินพังทลายปิดผิวจราจร เตรียมสร้างโครงสร้างใหม่และทำระบบระบายน้ำ วงเงิน 25 ล้านบาท

  • ทางหลวง 1194 (แม่สะเรียง-แม่สามแลบ) อยู่ระหว่างจัดทำแผนงบประมาณซ่อมแซมรวม 24 ล้านบาท

  • ทางหลวง 1285 (ทุ่งมะส้าน-ห้วยผึ้ง) เตรียมของบเร่งด่วน 1.5 ล้านบาท

หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง รับทราบถึงข้อมูลด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่ง และประเด็นปัญหาต่างๆ จากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและผลักดันการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล มุ่งช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเร่งด่วนและนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนพร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง เนื่องจากประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเส้นทางและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง การแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งด้านความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง ความต่อเนื่องของการเดินทาง ตลอดจนผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดเหตุดินสไลด์ หินร่วง และน้ำป่าพัดโคลนลงมาปิดทับผิวจราจรในหลายช่วงของทางหลวงหมายเลข 108 ซึ่งสภาพเส้นทางปัจจุบันสามารถเปิดการจราจรแบบสลับเลนหรือสัญจรได้ด้วยความระมัดระวังเป็นช่วงๆ

ประชาชนในพื้นที่ได้เสนอแนวทางแก้ไข ประกอบด้วย

  1. การพัฒนาระบบเตือนภัยและรายงานสภาพจราจรแบบ Real-time ทางออนไลน์

  2. การแก้ไขเชิงโครงสร้างทำกำแพงกันดินคอนกรีตอย่างยั่งยืน

  3. การประจำเครื่องจักรหนักไว้ตามจุดเสี่ยง เพื่อให้เปิดเส้นทางได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท บูรณาการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์ ประเมินผลกระทบต่อเส้นทาง และดำเนินการแก้ไขตามภารกิจและอำนาจหน้าที่เพื่อให้สามารถเปิดการสัญจรและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้โดยเร็วเมื่อเกิดเหตุ ควบคู่กับการพิจารณามาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในระยะต่อไป พร้อมกำชับการบริหารจัดการจราจรและเข้มงวดรถบรรทุกขนาดใหญ่ในการใช้เส้นทางโดยเฉพาะเมื่อผ่านจุดเสี่ยงทุกจุดและเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ให้ประชาสัมพันธ์การใช้เส้นทางแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง พร้อมติดตั้งป้ายเตือนและกรวยยางจราจร ในจุดที่ไหล่ทางทรุดตัวหรือเสี่ยงสไลด์ซ้ำ

สำหรับข้อมูลและข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหา และอุปสรรคด้านการเดินทาง ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ฝนตกหนักและดินโคลนถล่มจากประชาชนในพื้นที่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปถอดบทเรียน พัฒนา และเร่งแก้ไขปัญหาด้านคมนาคมให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชนต่อไป

กระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ภูเขาและมีข้อจำกัดด้านสภาพเส้นทาง โดยเน้นย้ำการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการเส้นทางในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉิน และการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง ตลอดจนสนับสนุนการเดินทาง การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดในระยะยาว

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม