"ศุภจี" ปลุกชีพ กอช. ในรอบ 4 ปี เดินหน้าหนุน New S-Curve ดันนโยบาย Made in Thailand สร้างแต้มต่อจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใน 3 อุตสาหกรรมหลัก พร้อมเล็งแก้กฎหมาย 6 ฉบับเพื่อยกระดับขีดความสามารถ

"ศุภจี" ปลุก กอช. ในรอบ 4 ปี กางโรดแมปหนุน New S-Curve ดัน Made in Thailand

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังมอบนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าได้กำชับให้เน้นการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ ควบคู่กับการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) และเพิ่มการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ โดยจะใช้ตลาดภาครัฐเป็นกลไกสร้างอุปสงค์ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างและ Green Procurement เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งภาครัฐและเอกชน นำไปสู่การลงทุนใหม่ รายได้ การจ้างงาน และการขยายตลาดในระยะยาว

สำหรับการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเชื่อมโยง “วิจัย-ผลิต-ตลาด-ลงทุน” ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับประสิทธิภาพและมาตรฐานการผลิต พัฒนาทักษะแรงงาน ไปจนถึงการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้จริง โดยใช้กลไกระบบ GMT SMEs ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เพื่อยกระดับเอสเอ็มอี ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต สัดส่วนวัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ มาตรฐาน และเทคโนโลยี พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและผู้ซื้อรายใหญ่ ควบคู่กับมาตรฐาน Made in Thailand (MiT) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรับรองว่าสินค้ามีการผลิตจริงในประเทศและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

ปลุกชีพ กอช. ในรอบ 4 ปี รื้อฐานคำนวณ MPI สะท้อนโลกยุคใหม่

นางศุภจี กล่าวหลังหารือร่วมกับคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ว่า ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่มีการประชุมคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อติดตามงบประมาณบูรณาการและวางแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม และที่ประชุมได้หารือถึงการหา "อุตสาหกรรมตัวใหม่ (New S-Curve)" เพื่อเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมชีวภาพ (Biotechnology), ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI), ยานยนต์สมัยใหม่, อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่จะมีการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ให้สะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบัน โดยจะเปลี่ยนปีฐานจากปี 2564 เป็นปี 2567 เพื่อนำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และโฟโตนิกส์ (Photonics) เข้ามาคำนวณด้วย

ชู Made in Thailand ให้แต้มต่อ 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

“กอช.ได้ชูแผนสินค้า Made in Thailand เพื่อให้แต้มต่อ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ อาทิ นโยบายเร่งด่วนคือการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใช้ชิ้นส่วนผสมภายในประเทศภายใต้กรอบ Made in Thailand (MiT) โดยให้แต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แก่ 3 อุตสาหกรรมเฉพาะ ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense) 2.อุตสาหกรรมสาธารณสุขและการแพทย์ และ 3.อุตสาหกรรมคมนาคม (รถราง)”

ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมาย 5-6 ฉบับต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานอุตสาหกรรม พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม และกฎหมายเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะการจัดการกากอุตสาหกรรมที่จะต้องบูรณาการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม