ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ก.ค. 69 ต่ำสุดรอบ 35 เดือน ธุรกิจอ่วมต้นทุนพุ่ง-สินค้าต่างชาติทุ่มตลาด สวนทางความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัวต่อเนื่องรับอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ดัชนีหอการค้าไทยดิ่งสุดรอบ 35 เดือน พิษกำลังซื้อหด
นาย ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.69 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ที่สำรวจจากภาคธุรกิจ และสมาชิกหอการค้าไทย เดือนก.ค.69 ต่ำสุดรอบ 35 เดือน โดยมีสาเหตุจากกำลังซื้อของประชาชนในแต่ละภูมิภาคอยู่ในระดับต่ำ เพราะมีหนี้ครัวเรือนสูง ว่างงานสูง รายได้ไม่มาก ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศไม่ดี การท่องเที่ยวยังไม่โดดเด่น แม้ราคาสินค้าสำคัญ ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เริ่มสูงขึ้น แต่ไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว หรือเกษตรกรไม่มีผลผลิตในมือ จึงทำให้รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตาม และกำลังซื้ออยู่ในระดับต่ำ
ร้องรัฐสกัดทุนต่างชาติ-สินค้าทุ่มตลาด
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังได้รับผลกระทบจากการเข้ามาแข่งขันของสินค้าต่างประเทศ จนส่งผลให้ยอดขายลดลง กำไรลดลง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนด้านต่างๆ ที่สูงขึ้น ทั้งจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งจากปัญหาทั้งหมด ทำให้ภาคธุรกิจขาดสภาพคล่อง ขณะที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นไปอย่างยากลำบาก สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาของภาคธุรกิจยังคงวนไปวนมา และยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นขึ้นอย่างโดดเด่นในปัจจุบัน และเมื่อถามถึงในอีก 6 เดือนเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่บอกว่า จะแย่ลงมากกว่าดีขึ้น ยกเว้นภาคบริการ ที่จะดีขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
“ปัญหาของภาคธุรกิจยังคงวนไปวนมาเหมือนเดิม และต้องการให้ภาครัฐช่วยดูแลต้นทุน การเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แต่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ภาคธุรกิจต้องการให้ภาครัฐช่วยดูแลการเข้ามาของทุนต่างชาติ และสินค้าจากต่างประเทศ ไม่ให้เกิดการทุ่มตลาด”
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว สวนทางภาคธุรกิจ
นายธนวรรธน์ กล่าวต่อถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคว่า เดือนก.ค.69 ดัชนีทุกรายการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน เพราะมาตรการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ที่ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพได้จริง และที่สำคัญ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกลดลง หลังจากสหรัฐฯ-อิหร่านไม่ได้สู้รบอย่างรุนแรง อีกทั้งราคาสินค้าเกษตรสำคัญปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เมื่อผู้บริโภครู้สึกว่า มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น มีอำนาจซื้อมากขึ้น จึงทำให้ความเชื่อมั่นดีขึ้น และส่งผลให้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวดีขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และที่สำคัญ การเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ ส่งผลให้การใช้จ่ายค่อยๆ ดีขึ้น”
จับตาเศรษฐกิจปลายปี คาดจีดีพีโต 2.0-2.5%
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า เมื่อสิ้นสุดโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) สิ้นเดือนก.ย.นี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะยังคงดีขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ แต่คาดว่า รัฐบาลจะผลักดันโครงการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานออกมา และเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 69 ที่จะสิ้นสุดเดือนก.ย.69 และปีงบ 70 ที่จะเริ่มต้นเดือนต.ค.69 เป็นต้นไป ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวจะค่อยๆ ดีขึ้น ดังนั้น ศูนย์ฯยังคงคาดการณ์ว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงเป็นขาขึ้น และน่าจะโดดเด่นช่วงไตรมาส 4 ปี 69 และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังคงขยายตัวได้ 2.0-2.5%
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือนก.ค.69 อยู่ที่ระดับ 41.5 เพิ่มจาก 41.4 ในเดือนมิ.ย.69 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค อยู่ที่ระดับ 51.8 เพิ่มจาก 50.7 , ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน อยู่ที่ 35.5 เพิ่มจาก 34.5, ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต อยู่ที่ 59.9 เพิ่มจาก 58.7 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 45.3 เพิ่มจาก 44.1, ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางาน อยู่ที่ 49.8 เพิ่มจาก 48.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 60.5 เพิ่มจาก 59.3
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม