กกพ. เคาะลดค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. หลังถอดต้นทุนแฝงค่าไฟถนนที่ประชาชนแบกรับมา 30 ปี ช่วยลดบิลค่าไฟ 6 สตางค์/หน่วย บ้านใช้ไม่เกิน 200 หน่วย จ่ายไม่เกิน 3 บาท
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.ได้สรุปผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย แบบอัตราก้าวหน้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ไม่รวมค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือเอฟที และภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) รวมทั้งนำค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะ (ไฟถนน) ออกจากอัตราค่าไฟฟ้าฐานของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป หลังจากนี้ กกพ.จะแจ้งมติไปให้ 3 การไฟฟ้าได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อดำเนินการต่อไป โดยจะมีผลให้บิลค่าไฟฟ้าในเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ แบ่งเป็นค่าไฟฟ้ากลุ่มบ้านพักอาศัยไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ได้รับสิทธิจ่ายค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยทุกราย
รื้อต้นทุนแฝง 30 ปี ปลดล็อกภาระค่าไฟถนน
ขณะเดียวกัน เมื่อ กกพ.สามารถตัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะ (ถนนทั่วประเทศ) ออกจากการคำนวณค่าไฟฟ้าฐานของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม ที่ปรับลดลงได้ 6 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วย จากเดิมที่เป็นต้นทุนแฝงให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่มร่วมแบกรับภาระมานาน 30 ปี หรือคิดเป็นมูลค่า 18,000 ล้านบาทต่อปี โดยเมื่อหักลดต้นทุนแฝง 6 สต.ต่อหน่วย จึงสามารถนำมาหักลดให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 201-400 หน่วยต่อเดือนอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วยจากเดิม 4.22 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 6 สต.ต่อหน่วย ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยขึ้นไป จะมีภาระค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.35 บาทต่อหน่วยจากเดิม 4.41 บาทต่อหน่วย
ดึงเงินจากแหล่งใหม่ อุดหนุนค่าไฟสาธารณะ
“การแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป เนื่องจาก กกพ.ได้ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อให้จัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์, ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง, เงินจากการลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (แอดเดอร์), โครงการโซลาร์ชุมชน โดยนำเงินดังกล่าวไปใช้ลดค่าไฟฟ้าสาธารณะ”