รมช.ดีอี เผยเตรียมชง ครม. แก้ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ 90 ปี หนุนไปรษณีย์ไทยแข่งแพลตฟอร์มขนส่งต่างชาติ ด้านไปรษณีย์ไทยโชว์รายได้ครึ่งปี 69 ทะลุหมื่นล้านบาท พร้อมเปิดแผนสู้ศึกเศรษฐกิจดิจิทัล
น.ส. แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานแถลงข่าว POSTsible Next เปิดก้าวต่อไปของไปรษณีย์ไทยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 ว่า กระทรวงดีอีกำลังอยู่ระหว่างตรวจทานร่างปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ. 2477 ซึ่งบังคับใช้มากกว่า 90 ปีแล้ว เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป “ต้องยอมรับว่าการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายมีแรงเฉื่อยอยู่บ้าง แต่ในหลักการไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากร่างเดิมในสมัยรัฐบาลก่อนหน้า”
แก้ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ สร้างความเป็นธรรมสู้โลจิสติกส์ต่างชาติ
การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับไปรษณีย์ไทย โดยเฉพาะการผลักดันให้ไปรษณีย์ไทยสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการขนส่งผ่านแพลตฟอร์มอี-มาร์เก็ตเพลส (E-Marketplace) ซึ่งในปัจจุบันมักกำหนดให้ผู้ซื้อต้องใช้บริการบริษัทขนส่งในเครือข่ายของตนเองซึ่งเป็นทุนโลจิสติกส์จากต่างประเทศ
สาระสำคัญของร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไปรษณีย์ฉบับใหม่ จะครอบคลุมถึงการจัดระเบียบให้ผู้ให้บริการขนส่งทุกรายต้องมาจดแจ้งการดำเนินกิจการให้ถูกต้อง รวมถึงการแบ่งประเภทของการให้บริการให้ชัดเจน เช่น บริการเพื่อสังคมในพื้นที่ห่างไกล และบริการเชิงพาณิชย์
ไปรษณีย์ไทยโชว์แกร่ง ครึ่งปี 69 โกยรายได้ทะลุหมื่นล้าน
ด้าน นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้สะสมรวม 11,368.25 ล้านบาท แม้จะต้องเผชิญหน้ากับภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูง กระทบต้นทุนโดยตรง โดยเป็นรายได้จากบริการขนส่งโลจิสติกส์ 5,836 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 51.33% เติบโต 8% จากการเติบโตของตลาดและการช่วงชิงส่วนแบ่งมาจากขนส่งต่างชาติ รองลงมาคือบริการไปรษณียภัณฑ์ 34.92% และบริการระหว่างประเทศ 7.86% ส่วนปี 2568 ไปรษณีย์ไทยมีรายได้รวม 22,172.57 ล้านบาท กำไรสุทธิ 120 ล้านบาท โดยบริการส่งด่วน EMS ซึ่งครบรอบ 40 ปีในปี 2569 ยังคงเป็นบริการหลักขององค์กร โดยปี 2568 มีรายได้ 9,570.82 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2569 ทำรายได้เติบโตขึ้น 2.98% และปริมาณชิ้นงานเพิ่มขึ้น 1.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการและการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยคาดว่ารายได้ EMS ตลอดปี 2569 จะยังสูงกว่า 10,000 ล้านบาท
เปิดกลยุทธ์ RelationSHIFT ขับเคลื่อนองค์กรสู่ปี 70
เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี ไปรษณีย์ไทยได้กำหนดกลยุทธ์ "RelationSHIFT" เพื่อเป็นแผนขับเคลื่อนองค์กรในช่วงปี 2569–2570 ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- Trusted Data-Driven Infrastructure: ยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยการใช้ข้อมูล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบการดำเนินงานที่ทันสมัย
- Customer-Centric Growth Enabler: นำข้อมูลและความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมาต่อยอด เพื่อพัฒนาบริการและสร้างการเติบโตร่วมกับลูกค้า ผู้ประกอบการ และพันธมิตร
- National Trust-Based Social Infrastructure: พัฒนาเครือข่ายให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่เชื่อมโยงประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม