กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าผลักดันไทยเข้าภาคีสนธิสัญญา WIPO GRATK ป้องกันกลุ่ม "โจรสลัดชีวภาพ" ลักลอบนำทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาไทยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์โดยไม่เป็นธรรม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชนกว่า 70 หน่วยงาน เพื่อศึกษาการที่ไทยจะเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรพันธุกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม (WIPO GRATK) ภายหลังจากสมาชิกองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) กว่า 190 ประเทศ รวมถึงไทย ใช้เวลายาวนานกว่า 20 ปีในการเจรจาจัดทำสนธิสัญญา และสามารถสรุปผลการเจรจาและรับรองสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เดือนพ.ค.67
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นว่า ไทยควรเร่งเตรียมความพร้อมเข้าเป็นภาคี เพราะจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับความโปร่งใสของระบบสิทธิบัตร และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาของประเทศ บนพื้นฐานของการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม รวมทั้งช่วยป้องกันโจรสลัดชีวภาพ หรือปกป้องทรัพยากรพันธุกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย ไม่ให้ผู้อื่นขโมย ลักลอบ หรือนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่แบ่งปันผลประโยชน์ให้ชุมชนที่เป็นเจ้าของ
“ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นจำนวนมากที่สามารถต่อยอดสู่การวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาอุตสาหกรรมในหลายสาขา ทั้งเกษตร อาหาร ยา เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เป็นต้น การเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญา จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมของไทยจะโปร่งใส เป็นธรรม และแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับชุมชนเจ้าของทรัพยากร ประเทศอย่างเหมาะสม เป็นธรรม”
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาประกอบการศึกษารายละเอียดของสนธิสัญญาอย่างรอบด้าน รวมทั้งประเมินประโยชน์ ผลกระทบ และวิเคราะห์แนวทางการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อจัดทำข้อเสนอการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญา โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศ
สำหรับสนธิสัญญานี้ ถือเป็นฉบับแรกที่เชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญากับทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของทรัพยากรพันธุกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ที่ใช้ในการประดิษฐ์ เพื่อให้ทราบประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดของทรัพยากรพันธุกรรม และชนพื้นเมืองหรือชุมชนท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยปกป้องสิทธิของชุมชนท้องถิ่นและเกิดการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเหมาะสม.
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม