กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยก “ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู” ตัวอย่างสินค้า GI ไทย ที่นำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาเพิ่มศักยภาพแข่งขันในตลาดพรีเมียม ปัจจุบัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 41.50 ล้านบาท

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ว่า ปัจจุบัน กรมได้ขึ้นทะเบียนผ้าทอพื้นเมืองเป็นสินค้า GI ไทยรวมประมาณ 20 สินค้าจากทั่วประเทศ โดยหนึ่งในผ้าทอ GI ที่ได้รับความนิยม คือ ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ที่ผสมผสานเทคนิคการทอผ้า 2 รูปแบบในผืนเดียว ได้แก่ การทอแบบลายขิด ซึ่งเป็นการสะกิดเส้นด้ายยืนและเพิ่มเส้นพุ่งตามแนวลวดลายให้นูนเด่น และการทอมัดหมี่ เป็นการมัดย้อมลวดลายบนเส้นพุ่งก่อนนำมาทอ โดยจัดวางลายขิดสลับกับลายมัดหมี่ จนเกิดลวดลายที่สวยงาม แปลกตา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว


นอกจากนี้ ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ยังเชื่อมโยงกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ด้วยลักษณะเป็นแอ่งที่ราบล้อมรอบด้วยเทือกเขาภูพาน มีแหล่งน้ำธรรมชาติและสภาพดินที่เหมาะสมต่อการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และปลูกฝ้ายคุณภาพดี อีกทั้งยังอุดมด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่นำมาใช้เป็นสีย้อมผ้า อาทิ เพกา ขนุน ประดู่ บัวหลวง ทองกวาว ทำให้ได้เฉดสีที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ทำให้ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูมีอัตลักษณ์เฉพาะ สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชุมชน 

“ผ้าขิดสลับหมี่ของจังหวัดหนองบัวลำภู เกิดขึ้นในปี 25 ภายหลังพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ที่วัดถ้ำกลองเพล และทรงเล็งเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมือง จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบ้านถ้ำกลองเพล เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะการทอผ้า ก่อนขยายองค์ความรู้สู่ชุมชนทั่วทั้งจังหวัด นับเป็นตัวอย่างของผ้าไทยที่นำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาต่อยอดเป็นสินค้าอัตลักษณ์ที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดพรีเมียม”

นางอรมน กล่าวต่อว่า ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 2 ของจังหวัด ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน โดยประเภทของสินค้าที่ได้รับ GI ครอบคลุมทั้งผ้าผืน ผ้าถุงหรือผ้าซิ่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่

ผ้าสไบ หรือผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตจากผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ปัจจุบันสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้จังหวัดได้กว่า 41.50 ล้านบาท 

“กรมจะส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมและรักษามาตรฐานการผลิต การส่งเสริมการใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย และการสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภค รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ขยายช่องทางสู่ตลาดพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน”


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม