กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนภาครัฐ-เอกชนที่เชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจจากกรม ต้องไม่ละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล หลังพบ มีบุคคลนำข้อมูลนิติบุคคลจากกรม ไปใช้ในเชิงธุรกิจ และประมวลผลใหม่ โดยคัดเฉพาะชื่อบุคคลที่เป็นกรรมการ-ผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลไปเผยแพร่ว่าเป็นกรรมการ-ผู้ถือหุ้นในบริษัทใดบ้าง ทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการ ผิด PDPA มีโทษทั้งจำ ปรับ ปกครอง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมได้ตรวจพบว่า มีบุคคล ที่ขอข้อมูลนิติบุคคลจากกรม หรือที่เชื่อมต่อข้อมูลจากกรม โดยคัดเฉพาะชื่อบุคคลที่เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล ไปใช้ในเชิงธุรกิจ และมีการเผยแพร่ชื่อบุคคลว่าเป็นกรรมการหรือถือหุ้นในบริษัทใดบ้าง รวมถึงนำไปประมวลผลใหม่ เช่น มาจัดทำ วิเคราะห์ จําแนก รวบรวม หรือจัดให้มีขึ้นใหม่ อันเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นใหม่นั้น หากบุคคลที่ดำเนินการดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) จะถือว่า เป็นการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวผู้ถือหุ้น-กรรมการ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และเป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมาย PDPA ซึ่งจะมีความผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง
โดยปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐขอข้อมูลธุรกิจจากกรมประมาณ 200 หน่วยงาน และผู้ใช้บริการภาคธุรกิจขอข้อมูลธุรกิจประมาณ 70 หน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้แตกต่างกัน อาทิ นำไปพัฒนาข้อมูลให้กับลูกค้า และนำไปวิเคราะห์เพื่อวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ การจดทะเบียนของนิติบุคคลที่จะมาทำธุรกรรมกับธนาคาร ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวกับการขอสินเชื่อ เป็นต้น
“กรมขอความร่วมมือ และขอเตือนภาครัฐและภาคธุรกิจที่เชื่อมต่อข้อมูล หรือขอข้อมูลนิติบุคคลจากกรม ไปให้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมา กรมเคยมีหนังสือเตือนภาคธุรกิจที่ขอข้อมูลธุรกิจจากกรม และนำไปเผยแพร่โดยอ้างชื่อกรม ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้น จะมีความรับผิด ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง”
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม