คมนาคมอัปเดตรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะ 1 กทม.-โคราช คืบหน้ากว่า 55% เตรียมเปิดบริการปี 2573 พร้อมเร่งไทม์ไลน์ระยะ 2 โคราช-หนองคาย จ่อเปิดประมูล 8 สัญญา ธ.ค. 69 มุ่งสร้างเสร็จปี 2574 หนุนไทยสู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

เช็กไทม์ไลน์ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน คมนาคมเร่งระยะ 2 เชื่อมลาว-จีน ดันไทยฮับโลจิสติกส์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน เพื่อติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และเตรียมความพร้อมระยะที่ 2 โคราช-หนองคาย ว่าในที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการระยะที่ 1 ช่วง กทม.–นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 6 แห่ง วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท โดยงานโยธาทั้งหมด 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 2 สัญญา ส่งผลให้ภาพรวมการก่อสร้างมีความก้าวหน้า 55.27%

ทั้งนี้ในส่วนของงานที่มีความก้าวหน้าใกล้แล้วเสร็จ ได้แก่ งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ตามสัญญา 3-2 รวมถึงงานช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด ตามสัญญา 3-4 ขณะที่สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว อยู่ระหว่างการเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถลงนามสัญญาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้โดยเร็ว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามจากความคืบหน้าดังกล่าว กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมาในปี 2573 ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแล้ว เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังจังหวัดและเมืองสำคัญตามแนวเส้นทาง นอกจากการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแล้ว พื้นที่โดยรอบสถานียังมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การบริการ ที่อยู่อาศัย และการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ และการดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่พื้นที่ ซึ่งถือเป็นผลเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้ติดตามการเตรียมความพร้อมของโครงการระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 5 แห่ง และมีวงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR และราคากลางสำหรับงานก่อสร้าง และงานควบคุมงาน ควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านการเวนคืนที่ดิน ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมีแผนประกาศประกวดราคางานโยธาจำนวน 8 สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าหมายเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2574 ซึ่งเมื่อโครงการระยะที่ 2 แล้วเสร็จ จะทำให้โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงสามารถเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานครไปถึงจังหวัดหนองคายได้อย่างสมบูรณ์

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญกับการติดตามความก้าวหน้าและการแก้ไขอุปสรรคของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดนและการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากหากมีการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดเส้นทาง กรุงเทพมหานคร-หนองคาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองหลักในภูมิภาค ลดข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลา ขณะเดียวกันจะช่วยกระจายการลงทุนออก กระตุ้นการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และบริการในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง ซึ่งการเชื่อมต่อดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับการเดินทางระหว่างภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเพิ่มศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภูมิภาค

นอกเหนือจากการเร่งรัดงานก่อสร้าง ที่ประชุมยังได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธา รวมถึงได้รับทราบรูปแบบสีและลวดลายของขบวนรถไฟที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะทางวิศวกรรมและพัฒนากระบวนการผลิตในประเทศ

แนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานอุตสาหกรรมระบบรางของไทย ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากร และกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มและการจ้างงานในห่วงโซ่อุตสาหกรรมรถไฟภายในประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติให้แยกงานก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟในโครงการระยะที่ 1 ออกมาเป็นสัญญาใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ลดข้อจำกัดด้านขั้นตอน และช่วยให้การก่อสร้างสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด.

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม