กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำเกษตรกรอนุรักษ์ 5 แมลงดีในนาข้าว ทำหน้าที่เป็นอัศวินกำจัดศัตรูพืชตามธรรมชาติ ช่วยลดการใช้สารเคมีและลดต้นทุนการผลิตอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
สภาพอากาศแปรปรวน ปัจจัยเร่งศัตรูพืชระบาดและปัญหาแมลงดื้อยา
สถานการณ์ความแปรปรวนของสภาพอากาศในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตรของไทย โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคพืชและแมลงศัตรูพืชในนาข้าว บริบทดังกล่าวทำให้เกษตรกรจำนวนมากจำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีที่มีความรุนแรงมากขึ้นเพื่อควบคุมผลผลิต ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มต้นทุนการเกษตร แต่ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงสำคัญคือภาวะ “แมลงดื้อยา” หรือการที่ศัตรูพืชสร้างความต้านทานต่อสารเคมี
นอกจากนี้ การใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องยังส่งผลกระทบวงกว้าง ด้วยการทำลายแมลงศัตรูธรรมชาติหรือ “แมลงดี” ในแปลงปลูกไปด้วย กรมส่งเสริมการเกษตรจึงดำเนินนโยบายลดการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้วิธีทางธรรมชาติในการรักษาสมดุลนิเวศในแปลงนา
5 แมลงดีในนาข้าว อัศวินธรรมชาติที่เกษตรกรห้ามกำจัดทิ้ง
นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การอนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติให้มีอยู่ในระดับสมดุล เป็นวิธีการดูแลพืชโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เกิดประโยชน์และความปลอดภัยต่อเกษตรกร โดยมีแมลงดีที่สำคัญ 5 ชนิด ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวห้ำและตัวเบียนคอยกำจัดไข่ หนอน และตัวอ่อนของแมลงศัตรูพืช ดังนี้
1. มวนเขียวดูดไข่
ลักษณะทั่วไป ระยะไข่ (6–11 วัน) มีสีขาวขุ่น เรียวยาว ระยะตัวอ่อน (10–16 วัน) มีสีเขียวยังไม่มีปีก ระยะตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวประมาณ 2.5 มิลลิเมตร ส่วนหัวและหนวดสีดำ โคนปีกหน้าสีเขียว ปลายปีกสีเทาหรือดำอ่อน
ประโยชน์ ช่วยกำจัด เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
2. มวนเพชฌฆาต
ลักษณะทั่วไป ไข่เป็นกลุ่มสีน้ำตาล ยึดรวมกันด้วยมูกสีขาวขุ่นกลุ่มละ 20–30 ฟอง ตัวเต็มวัยมีลำตัวยาว 2–2.5 เซนติเมตร ส่วนหัว หนวด และขามีสีน้ำตาล คอยาว ปากยาว บริเวณอกมีหนามแหลม
ประโยชน์ ช่วยกำจัด หนอนกระทู้ หนอนห่อใบข้าว และ หนอนผีเสื้อตัวใหญ่
3. ด้วงเต่าตัวห้ำ
ลักษณะทั่วไป ไข่สีเหลืองแก่ วางเป็นกลุ่มหรือฟองเดี่ยว ตัวอ่อนมี 6 ขา หลังและข้างลำตัวมีปุ่มหนาม ตัวเต็มวัยลำตัวโค้งนูน ปีกแข็ง ผิวมันเรียบและมีหลายสี
ประโยชน์ ช่วยกำจัดตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของ เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่น ไข่หนอนห่อใบข้าว หนอนกอข้าว และ หนอนผีเสื้อกินใบ
4. ด้วงดิน
ลักษณะทั่วไป เป็นนักล่าที่สามารถบินและไต่ไปมาตามต้นข้าวทั้งส่วนบนและส่วนล่างเพื่อหาเหยื่อ
ประโยชน์ ช่วยกำจัด เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่น หนอนและดักแด้ของผีเสื้อกินใบ รวมถึง ไข่ หนอน และดักแด้แมลงบั่ว
5. แมลงปอ
ลักษณะทั่วไป วางไข่ในน้ำลึก 50–60 เซนติเมตร ใช้เวลา 8 เดือนจึงฟักเป็นตัวอ่อนขึ้นจากน้ำ มักพบทั่วไปในนาข้าว โดยบินอยู่ส่วนบนของต้นข้าวและเริ่มพบตั้งแต่ระยะกล้าข้าว
ประโยชน์ เป็นนักล่าในอากาศ ช่วยกำจัด ผีเสื้อหนอนกอข้าว และตัวเต็มวัยของแมลงศัตรูข้าวอื่นๆ นอกจากนี้ ตัวอ่อนในน้ำยังช่วยกินลูกน้ำยุงอีกด้วย
แนวทางการใช้สารเคมีและการสำรวจแปลงนาอย่างถูกวิธี
นายวีรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชควรใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริง ๆ คือเมื่อพบการระบาดของศัตรูพืชรุนแรง มากกว่าร้อยละ 50 ของแปลงปลูก เท่านั้น หากพบการระบาดไม่รุนแรง ไม่ควรใช้สารเคมีเพื่อเปิดโอกาสให้แมลงดีได้ทำงานตามธรรมชาติ
เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง และตรวจสอบให้แน่ชัดว่าแมลงที่พบเป็นศัตรูพืช หรือแมลงศัตรูธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์แมลงที่มีประโยชน์ไว้ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างความปลอดภัยให้แก่ผลผลิตและตัวเกษตรกรเอง ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน.
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม