สนค. เผยผลกระทบวิกฤตโลกเดือดและคลื่นความร้อนในยุโรป ดันยอดส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทยเดือน พ.ค. 2569 พุ่ง 148.6 ล้านเหรียญ ขยายตัวสูงสุดในรอบ 7 เดือน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า  การส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทยไปทวีปยุโรปในเดือนพ.ค.69 มีมูลค่า 148.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ขยายตัว 40.7% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.68 และเร่งตัวขึ้นมากจากเดือนเม.ย..69 ที่ขยายตัว 8.5% โดยเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่เดือนต.ค. 68  ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปี 69 มีมูลค่ารวม 783.9 ล้านเหรียญฯ ขยายตัว 18.9% โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบเปลี่ยนวงจรความเย็นหรือวงจรความร้อน (กลุ่มปั๊มความร้อน) ขยายตัว 70.6%, ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ ขยายตัว  49.6% และแบบติดหน้าต่างหรือฝาผนัง ขยายตัว  21.6%

สาเหตุที่ส่งออกได้มากขึ้น มาจากคลื่นความร้อนที่รุนแรงและเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะในยุโรปตะวันตกช่วงเดือนพ.ค.69 ขณะที่ยุโรปตะวันตกและตอนกลาง รวมถึงบางภูมิภาคของยุโรปตะวันออก ต่างประสบกับสภาพอากาศแห้งแล้งกว่าปกติ  ประกอบกับ การคาดการณ์ล่วงหน้าว่าฤดูร้อนปีนี้จะร้อนกว่าปกติ กระตุ้นให้ผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีกยุโรปเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อรองรับอุปสงค์ในช่วงจุดสูงสุดของฤดูร้อน เดือนมิ.ย.-ส.ค.

จากการสำรวจรายประเทศ พบว่า ตลาดสำคัญของไทยในยุโรปมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ ดังนี้

ประเทศคู่ค้ามูลค่าการส่งออก (พ.ค. 2569)อัตราการขยายตัว (MoM / YoY)
เยอรมนี (ตลาดอันดับ 1)30.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ+89.6%
ฝรั่งเศส+50.9%
สหราชอาณาจักร+58.2%
สเปน+42.2%
ฟินแลนด์ (กลุ่มยุโรปเหนือ)+366.6%
สวีเดน (กลุ่มยุโรปเหนือ)+177.3%

สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป ประเมินว่า ความต้องการเครื่องปรับอากาศในยุโรปมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 เนื่องจากยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ที่รุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงปลายเดือนมิ.ย. โดยหลายประเทศยังคงทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุด ใกล้ระดับ 40 องศาเซลเซียส ประกอบกับ การคาดการณ์ฤดูกาลขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.69 ที่ชี้ว่าอุณหภูมิในทวีปยุโรปมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุโรปใต้และยุโรปกลาง จากภาวะเอลนีโญที่กำลังทวีกำลัง  ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้สินค้าคงคลังของผู้ค้าปลีกยุโรปถูกระบายออกอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มสั่งซื้อเพื่อเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในระยะยาว มีแนวโน้มที่ยุโรปจะนำเข้าเพิ่มขึ้น เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ อัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศของครัวเรือนยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับ นโยบายของสหภาพยุโรปที่ส่งเสริมระบบปั๊มความร้อน ซึ่งใช้งานได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ทำให้เครื่องปรับอากาศในภูมิภาคยุโรปกำลังเปลี่ยนสถานะจาก “สินค้าฟุ่มเฟือยเป็นสินค้าจำเป็น” ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ส่งออกไทยในการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง

“ยุโรปกำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น และช่วยกระจายความเสี่ยงด้านการส่งออกของไทยในภาวะที่การพึ่งพาตลาดหลักบางแห่งมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น สะท้อนได้จากสัดส่วนการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ของไทยไปยุโรปเพิ่มขึ้น จาก 19.4% ในเดือนม.ค. เป็น  23.8% ในเดือนพ.ค.69 และสัดส่วนดังกล่าวสูงกว่าเดือนพ.ค.66-68 มากซึ่งมีสัดส่วนที่ 21.4%, 18.2% และ 16.0% ตามลำดับ“

อย่างไรก็ตาม ตลาดยุโรปมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรพัฒนาสินค้ากลุ่มประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงและระบบปั๊มความร้อนที่สอดรับกับนโยบายด้านพลังงานและลดคาร์บอนของสหภาพยุโรป พร้อมติดตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการทยอยจำกัดการใช้สารทำความเย็นที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง และควรยกระดับการแข่งขันจากด้านราคาสู่ด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพพลังงาน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืน และช่วงชิงโอกาสในการเร่งเจาะตลาดยุโรป ที่ยังมีช่องว่างการเติบโตสูง

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม