การเคหะแห่งชาติ เชิญชวนลูกบ้านและประชาชนที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ เข้าร่วมมาตรการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีสถานะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดภาระหนี้ ฟื้นฟูประวัติทางการเงิน และเปิดโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จึงร่วมประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ เข้าถึงโอกาสในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูฐานะทางการเงินได้อย่างทั่วถึง
เช็กคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้"
จากการระบุเงื่อนไขของโครงการ ผู้ที่จะเข้าร่วมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
- สถานะลูกหนี้ เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสถานะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ค้างชำระเกิน 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
- ยอดหนี้รวม มียอดหนี้ NPL รวมตามข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย
- เงื่อนไขทางกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในบัญชี Sanction List ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
- ประเภทหนี้ที่ครอบคลุม หนี้บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้คงเหลือจากสินเชื่อที่เคยมีหลักประกัน
2 ทางเลือกปิดหนี้ ฟื้นฟูสภาพคล่องทางการเงิน
สำหรับแนวทางการชำระหนี้ ลูกหนี้สามารถเลือกดำเนินการได้ตามความพร้อมทางการเงิน ได้แก่
1. ชำระปิดหนี้ครั้งเดียว รับส่วนลดเงินต้นสูงสุด 50%
2. ผ่อนชำระรายงวด รับส่วนลดเงินต้นสูงสุด 30% พร้อมอัตราดอกเบี้ย 0% และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 36 งวด ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงต้องควบคู่กับความมั่นคงทางการเงิน การเคหะแห่งชาติพร้อมเป็นสื่อกลางเผยแพร่มาตรการภาครัฐที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ลูกบ้านและประชาชนเข้าถึงสิทธิและโอกาสในการฟื้นฟูฐานะทางการเงิน อันเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในระยะยาว
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SAM Contact Center โทร. 1443 กด 6 หรือ LINE Official:@samsocialamc โดยผู้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์สามารถเข้าร่วมมาตรการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม