กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือ กอ.รมน. ประกาศยกระดับมาตรการปราบปราม "นอมินี ธุรกิจไทย" ขีดเส้นคัดกรองบัญชีม้านิติบุคคล บังคับผู้ถือหุ้นไทยในบริษัทร่วมทุนต่างชาติต้องแสดงเอกสารเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน หวังทลายเครือข่ายทุนเทาข้ามชาติ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ประชุมหารือร่วมกับ พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ รมน) และคณะ เพื่อประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจร่วมกัน โดยพุ่งเป้าไปที่การป้องกันและปราบปรามธุรกิจที่มีลักษณะอำพราง หรือนอมินี ภายใต้กฎหมาย พรบ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งปัจจุบันสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นเป็นอย่างมาก

ในมาตรการขั้นต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะใช้กลไกการรับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเป็นด่านหน้าในการสกัดกั้น โดยจะเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงบัญชีม้า อาทิ การบังคับให้ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยในบริษัทที่มีการร่วมทุนกับชาวต่างชาติ ต้องแสดงหลักฐานรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังเป็นเวลา 3 เดือน รวมถึงการยกระดับระบบยืนยันตัวตนผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อลดจำนวนการจัดตั้งนิติบุคคลบังหน้า และล้างบางขบวนการจัดตั้งบริษัทเพื่อนำไปใช้เป็นบัญชีม้าให้หมดสิ้นไป

เปิดสถิตินิติบุคคลไส้ในต่างชาติ ถือหุ้นอำพรางเฉียด 1.2 แสนราย

จากการเปิดเผยข้อมูลสถิติล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบตัวเลขโครงสร้างการจัดตั้งธุรกิจในประเทศไทยที่น่าสนใจและจำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 1,003,706 ราย

...

เมื่อสืบค้นลึกลงไปในรายละเอียด กลับพบว่ามีกลุ่มนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนในสัดส่วนระหว่าง 0.01% ถึง 49.99% ซึ่งตามข้อกฎหมายยังคงมีสถานะเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยอยู่ มีจำนวนสูงถึง 119,116 ราย หรือคิดเป็นเกือบ 1.2 แสนราย ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญที่อาจมีขบวนการใช้ นอมินี ธุรกิจไทย แฝงตัวอยู่เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายควบคุมคนต่างด้าว

มาตรการความร่วมมือเชิงลึก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นแกนกลางในการประสานความเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปูพรมตรวจสอบธุรกิจเข้าข่ายนอมินีในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการดำเนินการปราบปรามในเชิงลึกให้เห็นผลเป็นรูปธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ

กอ.รมน. ชี้ภัยความมั่นคง โยงขบวนการสวมสิทธิ์-สารตั้งต้นยาเสพติด

ด้าน พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อำนวยการ ศปป.2 กอ.รมน. กล่าวชี้แจงว่า ภารกิจหลักของศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. คือการดูแลเสถียรภาพและความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องคนต่างด้าวอย่างใกล้ชิด ทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าว การย้ายถิ่นฐาน การหลบหนีเข้าเมือง ตลอดจนปัญหาการสวมสัญชาติ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคมของประเทศโดยตรง

นอกจากนี้ กอ.รมน. ยังระบุถึงปัญหายาเสพติด ซึ่งหากได้รับความร่วมมือในการแชร์ข้อมูลนิติบุคคลที่เป็นผู้ผลิตหรือนำเข้าสารเคมีอันเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด จะเกิดประโยชน์ต่อการสืบสวนซุ่มตรวจอย่างยิ่ง

การจับมือกันในครั้งนี้จึงเป็นการนำระบบจดทะเบียนที่รัดกุมของพาณิชย์มาผสานเข้ากับงานความมั่นคงของ กอ.รมน. เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูล และสกัดกั้นพฤติกรรมของคนต่างด้าวที่เข้ามาสวมสิทธิ์คนไทย แย่งอาชีพ หรือประกอบธุรกิจสีเทาโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการชาวไทยและดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม