ธปท. เกาะติดสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด “วิทัย รัตนากร” ชี้เงินบาทอ่อนค่า 5-6% เป็นระดับปกติ และส่งผลดีต่อภาคการส่งออก-ท่องเที่ยวของไทย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท. ได้ให้ความเห็นต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยระบุว่าหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ธปท. ประเมินเบื้องต้นว่าหากความขัดแย้งเป็นเพียงระยะสั้นและสามารถกลับสู่ภาวะสงบได้ในเวลาไม่นาน จะไม่ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนการคาดการณ์เศรษฐกิจในภาพรวม

จับตาวิกฤตฮอร์มุซ ย้ำยังไม่ประเมินกระทบ GDP

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยอมรับว่าจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากสถานการณ์ลุกลามจนส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและยืดเยื้อ จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อทั้งอัตราเงินเฟ้อและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ธปท. ยังไม่ได้แสดงความกังวลจนเกินไป โดยมองว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งและการประกาศเก็บค่าผ่านทาง 20% ที่เพิ่งปรากฏเป็นข่าวนั้นเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน จึงยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่ชัดเจนต่อตัวเลขการส่งออกและ GDP ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ โดยจำเป็นต้องรอความชัดเจนจากสถานการณ์และข้อสรุปที่แน่ชัดก่อน

"เงินบาทอ่อนค่า 5-6%" เป็นโอกาสหนุนส่งออก-ท่องเที่ยว

สำหรับประเด็นเสถียรภาพค่าเงินบาทและการเคลื่อนย้ายเงินทุน ธปท. ยืนยันว่ายังไม่มีความกังวลเป็นพิเศษ โดยสถานการณ์ปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 5-6% ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค โดยมีหลายประเทศที่มีค่าเงินอ่อนค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าเงินบาทไทย ซึ่งถือว่าอยู่ในสถานการณ์ปกติ พร้อมทั้งระบุว่าระดับการอ่อนค่าในปัจจุบันยังถือเป็นปัจจัยที่สามารถช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยได้ดี

...

“สถานการณ์เงินบาทที่อ่อนค่าลงในระดับ 5-6% ในขณะนี้ ถือเป็นปัจจัยที่เข้ามาช่วยสนับสนุนและส่งเสริมภาคการส่งออก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวของไทยให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ดีขึ้น”

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม