รมว.ท่องเที่ยวฯ คิกออฟแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2570 มุ่งเป้ารายได้รวมท่องเที่ยวแตะ 2.9 ล้านล้านบาท ขานรับนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาล ดึง AI ยกระดับแข่งขัน พร้อมเจาะตลาดกลุ่มคุณภาพและตลาดใหม่ทั่วโลก
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำปี 2570 โดยมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของ ททท. ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ว่า การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการต่างประเทศ จึงต้องปรับตัวให้ทันต่อความท้าทายและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยวในฐานะเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย และมอบหมายให้ตนร่วมคณะเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการในทุกโอกาส ภายใต้การทำงานแบบทีมไทยแลนด์ เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวควบคู่กับการค้า การลงทุน และการสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในตลาดสำคัญทั่วโลก
“สัปดาห์นี้นายกฯให้ตนร่วมคณะเดินทางเยือนประเทศจีนเพื่อหารือความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำ ผู้ประกอบการ และสายการบิน เช่น เสฉวนแอร์ไลน์ รวมถึงการพูดคุยกับรัฐบาลจีนเพื่อบูรณาการข้อมูลและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่การเยือนมาเลเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หารือเรื่องการเดินทางข้ามแดน การค้าร่วมกัน และการสร้างสันติสุขบริเวณชายแดนเพื่อสนับสนุนบรรยากาศการท่องเที่ยว และการเยือนเวียดนามก่อนหน้านี้นายกฯได้วางวิสัยทัศน์ในการมองประเทศเวียดนามเป็นมิตรคู่ขนานที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ไปพร้อมกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งในภูมิภาคโดยไม่มองเป็นคู่แข่ง”
...
ชูท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับขีดความสามารถ
สำหรับแผนปฏิบัติการของ ททท. ปี 2570 จะมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง มากกว่าการมุ่งเน้นจำนวนผู้เดินทางเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ททท. ต้องเร่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ข้อมูล การทำตลาด และการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดย ททท. จะทำงานเชิงรุกด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน รัฐบาลยังมุ่งเป้ากระจายรายได้จากการท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง
นายสุรศักดิ์ ยังได้กล่าวสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริหารและพนักงาน ททท. ถึงกระแสข่าวการปรับโครงสร้างกระทรวงในอนาคต เช่น การอาจเข้าไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยระบุว่า ททท. เป็นองค์กรที่สร้างผลงานได้ดีเยี่ยมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างไร รัฐบาลยังคงมองการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญเสมอ และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ได้กล่าวให้กำลังใจบุคลากรทุกคน โดยเชื่อมั่นในศักยภาพและความมุ่งมั่นที่จะสามารถขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างความสุขให้ทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทย และก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืนต่อไป
ททท. กางเป้ารายได้ปี 2570 แตะ 2.9 ล้านล้านบาท บุกตลาดศักยภาพสูง
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้กำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยในปี 2569 คาดว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 2.68-2.78 ล้านล้านบาท และผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้แตะ 33 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เป้าหมายรายได้ในปี 2569 ได้ปรับลดลงจากเป้าหมายเชิงนโยบายเดิมที่ 3 ล้านล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการเดินทางและภาคการท่องเที่ยวโลก
สำหรับปี 2570 ททท. ตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมจากการท่องเที่ยวในเชิงนโยบายเพิ่มเป็น 2.8-2.9 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 5-7% จากกรอบเป้าหมายงบประมาณที่กำหนดไว้ 2.76 ล้านล้านบาท พร้อมรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้อยู่ในระดับมากกว่า 33 ล้านคน โดยมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพและเพิ่มรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยว
เร่งกระตุ้นคนไทยเที่ยวไทย 200 ล้านคน-ครั้ง
...
ขณะที่ตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ ททท. จะเร่งกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวบ่อยขึ้น จากปัจจุบันเฉลี่ยมากกว่า 2 ครั้งต่อคนต่อปี เป็น 3 ครั้งต่อคนต่อปี เพื่อผลักดันจำนวนการเดินทางในประเทศให้แตะ 200 ล้านคน-ครั้ง รองรับข้อจำกัดด้านจำนวนประชากรที่มีแนวโน้มทรงตัว และสร้างการเติบโตจากการเพิ่มความถี่ของการเดินทางแทน
เจาะกลุ่ม Purpose-driven Travel และเปิดตลาดใหม่ 3 ทวีป
ด้านกลยุทธ์การตลาดต่างประเทศ ททท. จะมุ่งขยายสัดส่วนนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 52,000 บาทต่อทริป ให้เติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ผ่านการทำตลาดกลุ่มเดินทางตามวัตถุประสงค์เฉพาะ (Purpose-driven Travel) อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเวลเนส การประชุมและธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การศึกษา และกลุ่มดิจิทัลโนแมด
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเปิดตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ (First Visitor) เพื่อขยายฐานนักเดินทางและเพิ่มโอกาสการเดินทางกลับมาเที่ยวซ้ำ โดยให้ความสำคัญกับตลาดยุโรปตะวันออก อาทิ โปแลนด์และเบลารุส ตลาดแอฟริกาใต้ รวมถึงตลาดลาตินอเมริกา เช่น บราซิล เม็กซิโก และโคลอมเบีย ซึ่งมีศักยภาพเติบโตมากขึ้นจากการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศที่สะดวกขึ้น.
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม