กระทรวงการคลังเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ใหม่ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” เข้า ครม. 14 ก.ค. นี้ ย้ำคนเก่าและใหม่ใช้มาตรฐานเดียวกัน พร้อมประกาศผลผู้ผ่านสิทธิ 17 ก.ค. 2569 มั่นใจงบ 4 หมื่นล้านเพียงพอ
คลังชง ครม. เคาะเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ กระทรวงการคลังได้เตรียมเสนอเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งเป็นการทบทวนมติ ครม. เดิมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อนำมาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการคัดกรองคุณสมบัติประชาชน
เช็กเงื่อนไขสำคัญที่เปลี่ยนแปลง
จากการเปิดเผยของกระทรวงการคลัง การทบทวนหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การคัดกรองมีความแม่นยำและเป็นธรรมมากขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะเสนอให้ ครม. พิจารณา ได้แก่
- การตัดเกณฑ์ลดหย่อนภาษี ยกเว้นไม่นำหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีบิดามารดามาใช้ในการพิจารณา
- เกณฑ์หนี้สิน กำหนดให้วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชีต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- มาตรฐานเดียวทั้งระบบ ผู้ได้รับสิทธิทั้งรายเดิมและรายใหม่จะต้องผ่านการคัดกรองภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด
นายเอกนิติ ระบุว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาล แม้จำนวนผู้ได้รับสิทธิอาจเพิ่มขึ้น แต่ได้มีการจัดสรรงบประมาณรองรับในระบบสวัสดิการแห่งรัฐปีงบประมาณ 2570 ไว้แล้วเป็นจำนวน 40,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินมาตรการ
เปิดไทม์ไลน์ประกาศผล 17 ก.ค.นี้
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ขั้นตอนการเสนอเงื่อนไขต่อ ครม. ในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อพิจารณาข้อสรุปว่าเกณฑ์ใดจะถูกนำมาใช้หรือตัดออก เมื่อ ครม. มีมติอนุมัติความชัดเจนแล้ว จะไม่จำเป็นต้องนำเสนอจำนวนยอดผู้ได้รับสิทธิกลับเข้ามาให้ ครม. อนุมัติอีก เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมโดยตรง
...
สำหรับกำหนดการและขั้นตอนการประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ มีไทม์ไลน์ดังนี้
- วันที่ 14 ก.ค. 2569 เสนอ ครม. พิจารณาข้อสรุปหลักเกณฑ์การคัดกรอง
- วันที่ 16 ก.ค. 2569 ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ เพื่อยืนยันข้อมูลการคัดกรองในระบบ
- วันที่ 17 ก.ค. 2569 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติอย่างเป็นทางการ
ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ฐานข้อมูลภาครัฐถูกเชื่อมโยงถึงกันทั้งหมดแล้ว ทำให้กระบวนการคัดกรองสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทันต่อกำหนดการประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค. นี้อย่างแน่นอน.
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม