ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 ก.ค. 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมป้องกันและรับมืออุทกภัยก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างรัฐบาล จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่–บางกล่ำ จ.สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และภาคใต้ในภาพรวม
โดยคณะได้ตรวจสภาพคันคลองระบายน้ำ ร.1 อำเภอบางกล่ำ ซึ่งได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำกัดเซาะในช่วงอุทกภัยที่ผ่านมา พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำ สภาพความเสียหายของคันคลองและประตูระบายน้ำ ก่อนพบปะประชาชน ณ วัดท่าช้าง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่โดยตรง
...
การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งนำบทเรียนจากอุทกภัยครั้งที่ผ่านมาไปจัดทำมาตรการป้องกันล่วงหน้า โดยกรมชลประทานจะเร่งดำเนินแผนปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำ ขณะที่กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง จะเร่งสำรวจและซ่อมแซมถนนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงตรวจสอบจุดเสี่ยงและจัดทำมาตรการป้องกันความเสียหายต่อเส้นทางคมนาคม เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และรถกู้ภัยหรือหน่วยช่วยเหลือสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายพิพัฒน์ ยังได้กำชับต่อหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมว่า ให้ทำงานเชิงรุก ไม่รอให้เกิดน้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปแก้ไข โดยต้องประสานข้อมูลกับจังหวัด กรมชลประทาน และหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การระบายน้ำ การดูแลเส้นทาง และการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณจากงบกลางและงบประมาณของจังหวัด เพื่อเร่งดำเนินโครงการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการคมนาคมของภาคใต้ หากระบบถนนและการระบายน้ำได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือน ธุรกิจ การเดินทาง และการประกอบอาชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายหลังการลงพื้นที่ คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมได้ร่วมประชุมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ โรงแรมเดอะ ซิกเนเจอร์ โฮเทล แอร์พอร์ต จังหวัดสงขลา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันทั้งด้านความปลอดภัย การพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการบริหารจัดการภัยพิบัติ
...
ที่ประชุมได้สั่งการให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย การระบายน้ำ การกักเก็บน้ำ ตลอดจนการจัดหาน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร โดยต้องกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบและติดตามผลอย่างชัดเจน พร้อมเชื่อมโยงแผนป้องกันน้ำท่วมเข้ากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การค้า การเดินทาง และเศรษฐกิจชายแดนไทย–มาเลเซีย
รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับจังหวัดชายแดนภาคใต้จาก “พื้นที่ที่ต้องแก้ปัญหา” ไปสู่ “พื้นที่แห่งความปลอดภัย โอกาส และการเติบโตทางเศรษฐกิจ” โดยกระทรวงคมนาคมจะทำหน้าที่พัฒนาและดูแลโครงข่ายถนน ระบบขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับทั้งการดำเนินชีวิตของประชาชน การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงการบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนภาคใต้มีความปลอดภัย ลดความเสียหาย และสามารถกลับมาใช้ชีวิตหรือประกอบอาชีพได้อย่างรวดเร็วหากเกิดสถานการณ์อุทกภัย
...
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม